"บิล แอคแมน" ทุ่มซื้อหุ้น Meta เต็มพอร์ต ชี้ราคาถูกสวนทางศักยภาพ AI
บิล แอคแมน แห่ง Pershing Square เปิดเผยการเข้าถือหุ้น Meta คิดเป็น 10% ของพอร์ต ชี้ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าจริงเมื่อเทียบกับโอกาสเติบโตจาก AI พร้อมระบุ P/E ระดับ 22 เท่ายังถูกกว่าคู่แข่งในกลุ่มเทคโนโลยี แม้ตลาดกังวลเรื่องงบลงทุนมหาศาล
บิล แอคแมน (Bill Ackman) นักลงทุนระดับตำนานและผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Pershing Square เปิดเผยการเข้าลงทุนครั้งสำคัญในบริษัท Meta Platforms (บริษัทแม่ของ Facebook) โดยระบุว่าราคาหุ้นในปัจจุบันถือว่า "ถูกมาก" (Deeply Discounted Valuation) เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
มุมมองสวนตลาด: มั่นใจ AI คือโอกาส ไม่ใช่ความเสี่ยง
ในรายงานนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนประจำปีของ Pershing Square ระบุว่า ทางกองทุนได้เข้าสะสมหุ้น Meta ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 โดยสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวคิดเป็นนัยสำคัญถึง 10% ของเงินทุนทั้งหมดของบริษัท ณ สิ้นปีที่ผ่านมา
บิล แอคแมน ให้เหตุผลในการเข้าลงทุนครั้งนี้ว่า ตลาดกำลังประเมินศักยภาพของ Meta ต่ำเกินไป โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับการทุ่มงบลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทางกองทุนมองว่าความกังวลดังกล่าวเป็นการมองข้ามโอกาสในการสร้างผลตอบแทนมหาศาลจาก AI ในอนาคต
ชี้ P/E 22 เท่า ยังถูกกว่ากลุ่ม Big Tech
Pershing Square ชี้ให้เห็นถึงความน่าสนใจในเชิงมูลค่า (Valuation) ของ Meta ดังนี้:
- ปัจจุบัน Meta เทรดอยู่ที่ระดับ P/E ล่วงหน้า (Forward P/E) ประมาณ 22 เท่า
- ระดับราคานี้ถือว่าถูกเมื่อเทียบกับศักยภาพการทำกำไรที่จะเพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยี AI
- เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น Alphabet, Apple และ Nvidia พบว่า Meta มีระดับ P/E ที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ย้อนรอยความกังวลของตลาด
ก่อนหน้านี้ หุ้น Meta ปรับตัวลดลงกว่า 16% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขรายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) ที่สูงลิ่ว โดยในรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีการใช้เงินลงทุนด้าน AI สูงถึง 1.15 - 1.35 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026
ผลงานกองทุนแกร่งกว่าตลาด
นอกจากการเข้าซื้อ Meta แล้ว พอร์ตการลงทุนของ Pershing Square ในปี 2025 ยังมีการเข้าซื้อหุ้น Amazon และ Hertz อีกด้วย โดยภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ:
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของ Pershing Square ปรับตัวขึ้น 20.9%
- ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนที่ 17%