ราคาน้ำมันดิบร่วง 2% ตลาดคลายกังวลสงคราม หลังกาตาร์-ปากีสถานเร่งเป็นตัวกลางเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบปิดลบ 2% หลังตลาดคลายความกังวลเรื่องสงครามจากข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีกาตาร์และปากีสถานเป็นตัวกลางประสานรอยร้าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงกว่า 2% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากนักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะไม่บานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความพยายามของประเทศตัวกลางที่เร่งผลักดันให้เกิดการเจรจาอีกครั้ง
สรุปภาพรวมราคาตลาด
- สัญญาน้ำมันดิบ Brent: ลดลง 2.2% ปิดที่ 76.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI: ลดลงประมาณ 2% ปิดที่ 72.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความหวังจากการเจรจาลดแรงกดดันตลาด
ราคาที่ปรับตัวลงในครั้งนี้ถือเป็นการกลับทิศจากช่วงต้นเซสชันที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านกว่า 90 แห่งในช่วงข้ามคืน เพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีรายงานว่า กาตาร์และปากีสถาน กำลังทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อดึงรัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Citibank มองว่าทั้งสองฝ่ายมีโอกาสสูงที่จะกลับมาเจรจากันภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างมีความเสี่ยงสูงเกินไปหากความขัดแย้งนำไปสู่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
แม้ว่าการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะชะลอตัวลงในสัปดาห์นี้เนื่องจากปัญหาความไม่สงบ แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก Lipow Oil Associates ระบุว่า ตลาดยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ไปถึงขั้นการปิดช่องแคบอย่างถาวร แต่มองว่าเป็นภาวะความขัดแย้งสลับกับช่วงเวลาที่สงบซึ่งยังพอให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านไปได้
มุมมองนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์ประเมินว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่อาจทำให้สหรัฐฯ เลือกที่จะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาในระยะเวลาอันใกล้ มากกว่าการใช้กำลังทหารเข้าหักหาญเพียงอย่างเดียว
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI เคยพุ่งขึ้นถึง 4.4% และ Brent พุ่งขึ้น 5.4% ภายในวันเดียว หลังจากมีสัญญาณว่าข้อตกลงหยุดยิงอาจสิ้นสุดลง แต่สถานการณ์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันจากการทูตกำลังเริ่มมีบทบาทในการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม