หุ้นญี่ปุ่นร้อนแรง! นิกเกอิทะลุ 58,000 จุด รับกระแส "Takaichi Trade" เมินตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ
ดัชนีนิกเกอิ 225 พุ่งทะลุ 58,000 จุดทำสถิติสูงสุดใหม่ รับแรงหนุนจากชัยชนะทางการเมืองของซานาเอะ ทากาอิจิ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น สวนทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่กังวลทิศทางดอกเบี้ยเฟดหลังตัวเลขจ้างงานออกมาสูงเกินคาด
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีนิกเกอิ 225 (Nikkei 225) ปรับตัวพุ่งทะลุระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรกในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี รับแรงส่งจากความเชื่อมั่นทางการเมืองที่แข็งแกร่ง หรือที่นักลงทุนขนานนามว่ากระแส "Takaichi Trade" แม้ว่าปัจจัยต่างประเทศจะมีความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ก็ตาม
นิกเกอิทำนิวไฮ รับอานิสงส์การเมืองนิ่ง
การปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากชัยชนะอย่างถล่มทลายของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanae Takaichi) ในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนสถาบันทั่วโลก
บริษัทจัดการลงทุนชั้นนำอย่าง GMO วิเคราะห์ว่า ชัยชนะครั้งนี้มอบอำนาจบริหาร (Mandate) ที่เข้มแข็งและยาวนานให้กับรัฐบาลทากาอิจิ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกอย่างยิ่งต่อการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและภาคธุรกิจของญี่ปุ่นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม GMO เตือนให้นักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน โดยระบุว่าหากเงินเยนอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ อาจมีความเสี่ยงที่ทางการจะเข้าแทรกแซงค่าเงินได้
ตลาดหุ้นเอเชียคึกคัก สวนทางวอลล์สตรีท
บรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวในแดนบวก โดยไม่ได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงเมื่อคืนนี้
- เกาหลีใต้: ดัชนี Kospi พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) ระหว่างวันที่ 5,466.9 จุด ก่อนจะปิดบวก 1.82%
- สิงคโปร์: ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทะลุระดับ 5,000 จุดเป็นครั้งแรก
- ออสเตรเลีย: ดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวขึ้น 0.42% ในช่วงเปิดตลาด
ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ป่วนความหวังลดดอกเบี้ย
ในฝั่งสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเมื่อคืนนี้ (พุธ) ปรับตัวลดลง 66.74 จุด (-0.13%) มาอยู่ที่ 50,121.40 จุด ยุติสถิติปิดบวกติดต่อกัน 3 วัน ขณะที่ S&P 500 ปิดทรงตัว และ Nasdaq ปรับลงเล็กน้อย
แรงกดดันหลักมาจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนมกราคม ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 130,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้เพียง 55,000 ตำแหน่ง ตัวเลขตลาดแรงงานที่ร้อนแรงนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยออกไป แม้ว่าข้อมูลการใช้จ่ายของผู้บริโภคก่อนหน้านี้จะส่งสัญญาณชะลอตัวก็ตาม