บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งรับยอดจ้างงาน ม.ค. ทะลุ 1.3 แสนตำแหน่ง สยบความกังวลเศรษฐกิจถดถอย
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นหลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ม.ค. พุ่ง 1.3 แสนตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์กว่าเท่าตัว ลดแรงกดดันเฟดเร่งลดดอกเบี้ย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นทันที หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนมกราคม ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึงกว่า 2 เท่า ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนปรับมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไป
บอนด์ยีลด์ดีดตัวรับตัวเลขจ้างงานแกร่ง
ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เคลื่อนไหวอย่างคึกคักตอบรับข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีการปรับตัวดังนี้:
- พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี: ปรับตัวขึ้นกว่า 2 เบสิสพอยต์ (bps) มาอยู่ที่ระดับ 4.174%
- พันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี: ซึ่งไวต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย พุ่งขึ้นกว่า 5 เบสิสพอยต์ แตะระดับ 3.512%
- พันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี: ขยับขึ้นกว่า 2 เบสิสพอยต์ มาอยู่ที่ 4.814%
การดีดตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สะท้อนมุมมองของตลาดที่ลดความคาดหวังว่าเฟดจะเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจากตลาดแรงงานยังคงมีความร้อนแรง
เจาะลึกตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากผลสำรวจของ Dow Jones ที่ประเมินไว้เพียง 55,000 ตำแหน่ง อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 48,000 ตำแหน่ง (หลังปรับปรุงตัวเลข)
ในขณะเดียวกัน อัตราการว่างงาน ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.4% แม้ว่าการรายงานข้อมูลครั้งนี้จะล่าช้าไปเกือบหนึ่งสัปดาห์เนื่องจากเหตุการณ์ชัตดาวน์บางส่วนของหน่วยงานรัฐบาลที่เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
มุมมองนักวิเคราะห์: ข่าวดีที่มาพร้อมความกังวลเรื่องดอกเบี้ย
Bret Kenwell นักวิเคราะห์การลงทุนจาก eToro ให้ความเห็นว่า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพตลาดแรงงาน ข้อมูลชุดนี้ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรยินดี แม้ว่ามันจะเปิดช่องให้เฟดสามารถตรึงดอกเบี้ยไว้ได้นานขึ้นก็ตาม
"ดอกเบี้ยที่ลดลงเล็กน้อย ไม่คุ้มค่าหากต้องแลกมาด้วยการจ้างงานที่ย่ำแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังคงเติบโต และการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคิดเป็นสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของ GDP สหรัฐฯ" Kenwell กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญถัดไป คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมกราคมที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อ หลังจากที่ข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนธันวาคมออกมาน่าผิดหวังก่อนหน้านี้