ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ดิ่งต่ำสุดประวัติการณ์ ผวาสงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อ-พลังงานพุ่ง
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากความกังวลด้านราคาพลังงานและสงครามอิหร่าน ท่ามกลางแนวโน้มเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น แม้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายหลังมีข้อตกลงหยุดยิง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนเมษายนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังประชาชนวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในอิหร่าน ท่ามกลางตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สถิติความเชื่อมั่นดิ่งหนัก
รายงานผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Sentiment) ดิ่งลงมาอยู่ที่ระดับ 47.6 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงถึง 10.7% จากเดือนมีนาคม และถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีย่อยประเมินสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและการคาดการณ์ในอนาคตต่างปรับลดลงในระดับตัวเลขสองหลักเช่นกัน
ผวาเงินเฟ้อและพลังงานพุ่ง
การร่วงลงของความเชื่อมั่นผู้บริโภคสอดคล้องกับความกังวลด้านเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยมีข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ดังนี้:
- คาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปี: พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.8% (เพิ่มขึ้น 1% จากเดือนก่อนหน้า) ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568
- คาดการณ์เงินเฟ้อ 5 ปี: ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% (เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า)
- ตัวเลข CPI ล่าสุด: สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคมขยับขึ้น 0.9% ดันเงินเฟ้อรายปีแตะระดับ 3.3% ซึ่งมีแรงหนุนหลักจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น ในขณะที่หมวดอาหารยังคงทรงตัว
แนวโน้มฟื้นตัวหลังข้อตกลงหยุดยิง
โจแอนน์ ซู (Joanne Hsu) ผู้อำนวยการฝ่ายการสำรวจข้อมูล ระบุว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าความขัดแย้งในอิหร่านเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจแย่ลง อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลส่วนใหญ่ในการสำรวจครั้งนี้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนสภาวะความกังวลในช่วงเดือนมีนาคมเป็นหลัก
"การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น เมื่อผู้บริโภคเริ่มมั่นใจว่าวิกฤตห่วงโซ่อุปทานจากสงครามอิหร่านได้สิ้นสุดลง และราคาน้ำมันกลับมาอยู่ในระดับที่ทรงตัว" ซู กล่าวทิ้งท้าย