สหรัฐฯ ปูพรมถล่มอิหร่านหนักสุด ทรัมป์ลั่นสงครามจ่อจบพร้อมขู่ห้ามปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กลาโหมสหรัฐฯ ประกาศยกระดับปูพรมถล่มอิหร่านขั้นเด็ดขาด มุ่งทำลายฐานนิวเคลียร์ ขณะที่ทรัมป์ลั่นสงครามใกล้จบ พร้อมขู่ตอบโต้ขั้นสุดหากอิหร่านปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐอเมริกาประกาศยกระดับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ 'Epic Fury' โดยมุ่งเป้าทำลายคลังแสงและขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงเตือนรัฐบาลเตหะรานห้ามแทรกแซงเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกเด็ดขาด
เดินหน้าถล่มหนัก ปิดฉากนิวเคลียร์อิหร่าน
นายพีท เฮกเซท (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงข่าวที่กระทรวงกลาโหมระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านที่เข้าสู่วันที่ 10 จะเป็นจุดที่มีการโจมตีรุนแรงที่สุด โดยสหรัฐฯ ได้ระดมฝูงบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิดเพื่อปูพรมโจมตีอย่างเต็มกำลัง
เป้าหมายหลักทางทหารของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ประกอบด้วย:
- ทำลายคลังแสงและขีดความสามารถในการผลิตขีปนาวุธทั้งหมดของอิหร่าน
- กวาดล้างกองทัพเรืออิหร่าน
- ตัดโอกาสการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวร
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการใช้กำลังทหารขั้นเด็ดขาดเพื่อคว้าชัยชนะเบ็ดเสร็จ โดยรัฐบาลวอชิงตันจะไม่มีนโยบายส่งกองกำลังเข้าไปยืดเยื้อเพื่อสร้างชาติ (Nation-building) ดังที่เคยเกิดขึ้นในอิรักและอัฟกานิสถาน
ทรัมป์ขู่ฟาด 20 เท่า หากแตะต้องเส้นทางน้ำมัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดการณ์ว่าสงครามครั้งนี้จะยุติลงในเร็วๆ นี้ เนื่องจากกองกำลังผสมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ สามารถทำลายล้างสินทรัพย์ทางทหารของอิหร่านได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ส่งคำเตือนอย่างแข็งกร้าวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ถึงผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก โดยระบุว่า หากอิหร่านมีความพยายามใดๆ ที่จะขัดขวางการไหลเวียนของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) สหรัฐฯ จะตอบโต้อย่างรุนแรงกว่าที่ผ่านมาถึง 20 เท่า
ความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงคุกรุ่น โดยล่าสุดทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยืนยันว่าเกิดเหตุโดรนของอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเขตอุตสาหกรรมรุไวส์ (Ruwais) กรุงอาบูดาบี จนเกิดเพลิงไหม้ แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
จับตาท่าทีผู้นำสูงสุดคนใหม่
ด้านสถานการณ์การเมืองภายในของอิหร่าน ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของ นายมอจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ซึ่งสืบทอดอำนาจแทน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาที่เสียชีวิตในช่วงต้นของสงคราม อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังคงเปิดช่องว่างทางการทูต โดยระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มผู้นำอิหร่าน หากมีความต้องการที่จะยุติความขัดแย้ง