สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ (11 ก.พ. 69): หุ้นปิดผสมผสาน หลังข้อมูลจ้างงานแกร่งลดหวังลดดอกเบี้ย
ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายแบบผสมผสานและเกือบทรงตัว หลังจากเคลื่อนไหวผันผวนตลอดทั้งวัน โดยปัจจัยสำคัญมาจากรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งช่วยหนุนแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ลดความหวังของนักลงทุนที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น
สรุปดัชนีหลัก
- S&P 500 ปิดลดลงเล็กน้อยที่ 6,941.47 จุด
- Dow Jones Industrial Average ลดลง 66.74 จุด ปิดที่ 50,121.40 จุด
- Nasdaq Composite ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 23,066.47 จุด
ปฏิกิริยาสองด้านของนักลงทุน
นักลงทุนมีปฏิกิริยาต่อข้อมูลการจ้างงานในสองทิศทางพร้อมกัน ด้านหนึ่ง การจ้างงานที่ดีขึ้นสนับสนุนแนวคิดว่าเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แต่อีกด้านหนึ่ง รายงานเดียวกันนี้ก็ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องคงอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพึ่งพาต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำ ปัจจัยที่ผสมผสานกันนี้นำไปสู่ภาวะการซื้อขายที่ผันผวนและทำให้ตลาดปิดลบเล็กน้อยในที่สุด
บทบาทของเฟดและคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย
ประเด็นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กลายเป็นหัวใจสำคัญของตลาดในวันนี้ เนื่องจากรายงานการจ้างงานส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย ข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งทำให้ความคาดหวังที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ลดน้อยลง และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตามองข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศในเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชัดเจนขึ้นว่าเฟดจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยได้เมื่อใด
ตลาดพันธบัตรรัฐบาล
ในตลาดสินทรัพย์อื่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาดไว้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.17% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายของเฟดมากกว่า ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน การที่ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นอาจทำให้หุ้นมีความน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากนักลงทุนสามารถได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าจากพันธบัตรโดยไม่ต้องรับความเสี่ยงเท่ากับการลงทุนในหุ้น
ความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวและรายกลุ่ม
หุ้นในกลุ่มพลังงานและกลุ่มวัสดุสามารถยืนหยัดได้ดีกว่ากลุ่มอื่นในระหว่างวัน เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
- หุ้น Exxon Mobil ปรับตัวสูงขึ้น
- หุ้น Smurfit Westrock ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
- ในทางกลับกัน หุ้น Robinhood ร่วงลงอย่างหนักหลังจากประกาศผลประกอบการที่น่าผิดหวังในส่วนของรายได้ แม้ว่ากำไรจะแข็งแกร่งก็ตาม
- หุ้น Moderna ปรับตัวลงหลังจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ปฏิเสธคำขออนุมัติวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตัวใหม่
พฤติกรรมตลาดโดยรวม
ลักษณะการเคลื่อนไหวของตลาดในวันนี้สะท้อนถึงการปรับสถานะอย่างระมัดระวังมากกว่าการเข้าซื้อหรือเทขายอย่างหนัก ดัชนีแกว่งตัวขึ้นลงในขณะที่นักลงทุนพยายามชั่งน้ำหนักระหว่างปัจจัยบวกด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจกับปัจจัยลบด้านอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กอย่าง Russell 2000 ปรับตัวลดลง 0.4% ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับความเสี่ยงในวงกว้าง
สรุปภาพรวมและแนวโน้ม
โดยรวมแล้ว บรรยากาศของตลาดเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความคิดเห็นที่แตกออกเป็นสองทาง นักลงทุนยังไม่พร้อมที่จะผลักดันตลาดให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งได้ลดทอนเหตุผลที่เฟดจะรีบลดอัตราดอกเบี้ยลง ในระยะสั้น ตลาดจะมุ่งความสนใจไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อและตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อยืนยันแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนานหรือไม่