สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ 4 มิ.ย. 2569: Dow Jones ทุบสถิติใหม่ สวนทาง Nasdaq ที่ปรับตัวลง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน Dow Jones ทำสถิติใหม่สวนทาง Nasdaq
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 ในทิศทางที่ผสมผสาน โดยดัชนีสำคัญปิดบวกลบสลับกัน ท่ามกลางการโยกย้ายเงินลงทุนของนักลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI ไปยังหุ้นกลุ่มธนาคารและบริษัทขนาดเล็ก
- ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.4%
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 1.7% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.1%
การสลับกลุ่มลงทุนหนุน Dow Jones
ทิศทางของตลาดในวันนี้ขับเคลื่อนโดยการปรับเปลี่ยนกลุ่มลงทุนเป็นหลัก โดยนักลงทุนจำนวนมากเข้าซื้อหุ้นที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมาซึ่งนำโดยหุ้นกลุ่ม AI เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารและบริษัทขนาดเล็ก ขณะเดียวกัน หุ้นขนาดใหญ่บางตัวที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งดัชนี Nasdaq
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในครั้งนี้ไม่ได้มาจากประเด็นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เป็นหลัก แต่นักลงทุนหันไปให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ตลาดพันธบัตร และข่าวสารของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มชิป
ราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรลดลง
ในตลาดอื่นๆ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ลดลงประมาณ 2.8% มาอยู่ที่ราว 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้หุ้นดูน่าดึงดูดใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตร
หุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตา
หุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มบริษัทขนาดเล็กเป็นผู้นำการปรับตัวขึ้นในวันนี้ ในทางกลับกัน หุ้นที่มีอิทธิพลสูงในกลุ่ม AI บางตัวกลับปรับตัวลดลง แม้ว่า Broadcom จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งก็ตาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยรวม ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของหุ้น Broadcom มีสาเหตุมาจากความผิดหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับรายได้ที่ต่ำกว่าคาดการณ์
ภาพรวมและแนวโน้ม
บรรยากาศการลงทุนโดยรวมค่อนข้างทรงตัว แต่นักลงทุนเลือกลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงต้องการถือครองหุ้น แต่มีความรอบคอบเกี่ยวกับราคาและความคาดหวังในหุ้นกลุ่ม AI ที่มีราคาสูง สำหรับปัจจัยที่ตลาดจับตาในระยะสั้นยังคงเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน และข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยและการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป