วอลล์สตรีทปิดผันผวน ราคาน้ำมันดิ่งแรง 11% หลังทำเนียบขาวโต้ข่าวสหรัฐฯ คุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดผันผวน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 11% หลังทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวการส่งกองทัพเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางการจับตาสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผันผวน
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดการซื้อขายในลักษณะผันผวน โดยดัชนีหลักส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังในการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.21% อยู่ที่ 6,781.48 จุด
- ดัชนี Dow Jones ลดลง 34.29 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 47,706.51 จุด
- ดัชนี Nasdaq ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.01% ปิดที่ 22,697.10 จุด
ราคาน้ำมันดิ่งแรง จับตาช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง หลังจากที่พุ่งขึ้นไปเฉียดระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันก่อนหน้า โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 11.94% ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ดิ่งลง 11.28% ปิดที่ 87.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาน้ำมันมาจากความสับสนเรื่องการรักษาความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือ โดยนายคริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกไปในเวลาต่อมา และโฆษกทำเนียบขาวได้ออกมาชี้แจงปฏิเสธว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้มีการส่งกำลังคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่ประเทศสมาชิกทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตรียมหารือเกี่ยวกับการระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินเพื่อชดเชยอุปทานที่อาจขาดหายไปจากภาวะสงคราม
สัญญาณจากวอชิงตันและผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งกับอิหร่านอาจยุติลงในเร็วๆ นี้ โดยระบุว่าปฏิบัติการทางทหารมีความคืบหน้าไปมาก อย่างไรก็ตาม นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการโจมตีอิหร่านในวันอังคารนี้ถือเป็นปฏิบัติการที่ดุเดือดที่สุด พร้อมย้ำว่าอิหร่านกำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหนัก
ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo ประเมินว่า แม้สหรัฐฯ จะเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิและรับมือกับราคาน้ำมันแพงได้ดีกว่าหลายประเทศ แต่หากราคาน้ำมันดิบทรงตัวอยู่เหนือระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง ก็จะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย