วอลล์สตรีทระส่ำ! ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่ ดันน้ำมันพุ่ง-กดดันหุ้นร่วง กังวลเงินเฟ้อค้างสูง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันพุ่งและความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่นักลงทุนกังวลเงินเฟ้ออาจดีดตัวจนเฟดต้องคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกตกอยู่ภายใต้ความกดดัน หลังจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น และสร้างความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้ออาจทรงตัวอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางฉุดตลาดหุ้น
ดัชนีฟิวเจอร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงคืนวันพุธที่ผ่านมา หลังจากที่ตลาดเผชิญแรงเทขายในภาคการซื้อขายปกติ โดยมีปัจจัยลบสำคัญจากการที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command) ประกาศการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และเตหะรานได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" และเขาก็ไม่มีความสนใจที่จะเจรจาข้อตกลงใหม่ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) พุ่งขึ้นเกือบ 1% ทันที
เงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
นักลงทุนแสดงความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจเป็นเชื้อไฟให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปนานขึ้น นอกจากนี้ รายงานการประชุมเฟดประจำเดือนมิถุนายนยังชี้ให้เห็นว่า คณะกรรมการยังคงมีความเห็นต่างและไม่เร่งรีบที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเงินเฟ้อกำลังมุ่งสู่ระดับเป้าหมายอย่างยั่งยืน
สรุปภาพรวมดัชนีและหุ้นรายตัว
- Dow Jones: ร่วงลง 576.76 จุด หรือประมาณ 1.1% ในการซื้อขายปกติ
- S&P 500: ปรับตัวลง 0.28%
- Nasdaq Composite: สวนทางตลาดปิดบวกได้ 0.2% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิป นำโดย Nvidia และกระแสเทคโนโลยี AI
- Levi Strauss: ราคาหุ้นร่วงลง 5.5% ในช่วงหลังปิดตลาด แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาดีกว่าคาดและมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการรายปีก็ตาม
ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวสลับทาง
ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดีด้วยภาพที่ค่อนข้างผสมผสาน:
- Kospi (เกาหลีใต้): พุ่งขึ้นกว่า 2.92% หลังจากที่ร่วงลงจนเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market) ในวันก่อนหน้า
- Nikkei 225 (ญี่ปุ่น): ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1.17% ตามแรงซื้อคืน
- S&P/ASX 200 (ออสเตรเลีย): ปรับตัวลดลง 0.83% ตามทิศทางตลาดโลกที่กังวลเรื่องความขัดแย้ง
ในระยะสั้น นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo ระบุว่าราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดจับตามอง อย่างไรก็ตาม กระแสของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งและการเติบโตในกลุ่ม AI จะยังคงเป็นแรงส่งสำคัญที่อาจช่วยพยุงดัชนี S&P 500 ให้มุ่งสู่เป้าหมายสิ้นปีที่ระดับ 7,800-8,000 จุดได้