BofA เผยผลประกอบการ Q4 แกร่งเกินคาด! กำไรพุ่ง 12% อานิสงส์รายได้ดอกเบี้ยและพอร์ตเทรดหุ้นโตแรง
แบงก์ ออฟ อเมริกา เผยกำไรไตรมาส 4 ปี 2025 พุ่ง 12% แตะ 7.6 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาด อานิสงส์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและธุรกิจเทรดดิ้งโตแกร่ง พร้อมส่งสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2026
แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2025 โดยมีกำไรและรายได้พุ่งสูงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ผลักดันโดยการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและผลกำไรที่แข็งแกร่งจากธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์
สรุปตัวเลขสำคัญประจำไตรมาส 4
- กำไรต่อหุ้น (EPS): 0.98 ดอลลาร์ (สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 0.96 ดอลลาร์)
- รายได้รวม: 2.85 หมื่นล้านดอลลาร์ (สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 2.79 หมื่นล้านดอลลาร์)
- กำไรสุทธิ: 7.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยหนุนหลัก: รายได้ดอกเบี้ยและพอร์ตเทรดหุ้น
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income - NII) ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับจากสินเชื่อและที่จ่ายให้กับเงินฝาก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.7% แตะระดับ 1.59 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ประมาณ 240 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ธนาคารยังคาดการณ์ว่า NII ในปี 2026 จะเติบโตต่อเนื่องในระดับ 5% ถึง 7%
ขณะที่รายได้จากการซื้อขายหุ้น (Equities Trading) พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 23% คิดเป็น 2.02 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ราว 160 ล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน รายได้จากการซื้อขายตราสารหนี้ (Fixed Income Trading) เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 1.5% อยู่ที่ 2.52 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย
มุมมองเศรษฐกิจปี 2026: เชื่อมั่นสหรัฐฯ ยังแกร่ง
นายไบรอัน มอยนิฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของแบงก์ ออฟ อเมริกา ระบุในแถลงการณ์ว่า "จากความแข็งแกร่งของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมถึงทิศทางที่ชัดเจนขึ้นของนโยบายภาษี การค้า และกฎระเบียบต่างๆ เราเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2026 จะขยายตัวต่อไปได้ แม้จะยังมีความเสี่ยงอยู่บ้างก็ตาม"
ภาพรวมตลาดและคู่แข่ง
ในไตรมาสที่ผ่านมา แบงก์ ออฟ อเมริกา ยังได้รับปัจจัยบวกจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ต่ำกว่าคาด โดยมียอดสำรองอยู่ที่ 1.31 พันล้านดอลลาร์ (ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ 190 ล้านดอลลาร์) สะท้อนถึงคุณภาพสินเชื่อที่ยังคงมีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการจะออกมาดีเกินคาด แต่ราคาหุ้นของธนาคารกลับปรับตัวลดลงมากกว่า 3% ในช่วงเปิดตลาดวันพุธ ทั้งนี้ แบงก์ ออฟ อเมริกา ถือเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ รองจากเจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) ที่เพิ่งรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารหลักอื่นๆ อย่าง ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) และ เวลส์ ฟาร์โก (Wells Fargo) มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้เช่นกัน