ซิตี้กรุ๊ป เผยงบ Q4/2025 ดีเกินคาด รายได้ดอกเบี้ยหนุนแกร่ง-สำรองหนี้ลดสะท้อนเศรษฐกิจฟื้นตัว
ซิตี้กรุ๊ปโชว์ผลประกอบการไตรมาส 4/2025 แกร่งกว่าคาด หลังรายได้ดอกเบี้ยพุ่งและตั้งสำรองหนี้ลดลง แม้จะมีผลขาดทุนจากการถอนตัวในรัสเซียมาฉุดกำไรสุทธิภาพรวมก็ตาม
ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2025 โดยมีตัวเลขกำไรและรายได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและการตั้งสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าที่ประเมินไว้
สรุปตัวเลขสำคัญในไตรมาส 4/2025
- กำไรต่อหุ้น (Adjusted EPS): 1.81 ดอลลาร์ (สูงกว่าที่คาดไว้ 1.67 ดอลลาร์)
- รายได้รวม (Adjusted Revenue): 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (สูงกว่าที่คาดไว้ 2.072 หมื่นล้านดอลลาร์)
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII): พุ่งขึ้น 14% แตะระดับ 1.567 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของธนาคารตามมาตรฐานบัญชีทั่วไปลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 2.47 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการขาดทุนหลังภาษีจำนวน 1.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการยุติแผนดำเนินงานและขายกิจการในรัสเซีย
รายได้ดอกเบี้ยแกร่ง-สำรองหนี้ลด สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ
จุดเด่นของผลงานในไตรมาสนี้คือ "รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ" ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับจากการปล่อยกู้และผลตอบแทนจากการลงทุน กับดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ผู้ฝากเงิน โดยตัวเลข 1.567 หมื่นล้านดอลลาร์นั้นสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ถึง 815 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน การที่ซิตี้กรุ๊ปตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตไว้ที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ราว 330 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นสัญญาณบวกที่สอดคล้องกับธนาคารรายใหญ่อื่นๆ อย่าง Bank of America โดยสะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าที่ยังอยู่ในระดับดี
เดินหน้าปรับโครงสร้างภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่
เจน เฟรเซอร์ (Jane Fraser) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซิตี้กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งความคืบหน้าที่สำคัญขององค์กร โดยทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลักมีรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมระบุว่าธนาคารมีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ปี 2026 ด้วยแรงส่งที่ชัดเจน และยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราผลตอบแทน (Returns Target) ที่ระดับอย่างน้อย 10% ภายในปี 2026
ปัจจุบัน ซิตี้กรุ๊ปอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ภายใต้การนำของเฟรเซอร์ ซึ่งรวมถึงการทยอยขายธุรกิจในต่างประเทศที่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก และการรับอานิสงส์จากการผ่อนปรนกฎระเบียบภาคธนาคารในสหรัฐฯ ส่งผลให้นักวิเคราะห์บางส่วนยกให้หุ้นของซิตี้กรุ๊ปเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร
ทั้งนี้ แม้ผลประกอบการจะออกมาดีเกินคาด แต่ราคาหุ้นของซิตี้กรุ๊ปในการซื้อขายช่วงบ่ายวันพุธกลับปรับตัวลดลงกว่า 4% ขณะที่คู่แข่งรายใหญ่อื่นๆ เช่น JPMorgan Chase, Bank of America และ Wells Fargo ต่างก็ได้รายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้เช่นกัน ท่ามกลางการจับตามองของนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจในปีหน้า