สะเทือนความเชื่อมั่น! ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ สั่งสอบสวน "พาวเวลล์" นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์ใช้ "Maduro Option" บีบพ้นเก้าอี้ประธานเฟด
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนทางอาญา "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟด ปมงบประมาณปรับปรุงอาคาร ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ทางการเมืองของทรัมป์เพื่อบีบให้ลาออกและแทรกแซงนโยบายดอกเบี้ย ฉุดตลาดหุ้นร่วงและนักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกอื่นนอกสินทรัพย์สหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญความผันผวนอีกครั้ง หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศเปิดการสอบสวนทางอาญาต่อ "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้ดัชนีฟิวเจอร์สทั้ง S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ปรับตัวร่วงลงทันที ท่ามกลางความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับความเป็นอิสระของหน่วยงานหลักในการดำเนินนโยบายการเงิน
ปมสอบสวนงบปรับปรุงอาคาร: การเมืองหรือข้อเท็จจริง?
การสอบสวนในครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่การใช้งบประมาณจำนวน 2,500 ล้านดอลลาร์ในการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด อย่างไรก็ตาม นายพาวเวลล์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอระบุว่า การสอบสวนครั้งนี้เป็น "ผลพวง" จากการที่เฟดตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามการประเมินทางเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าที่จะปฏิบัติตามความต้องการของฝ่ายการเมือง
ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์พาวเวลล์อย่างต่อเนื่องว่าปรับลดดอกเบี้ยช้าเกินไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อของผู้บริโภค
นักวิเคราะห์ชี้คือกลยุทธ์ "Maduro Option" บีบพ้นตำแหน่ง
สตีฟ อิงแลนเดอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัย G10 FX ของ Standard Chartered ให้ความเห็นกับ CNBC ว่า การดำเนินการครั้งนี้เปรียบเสมือนการใช้ "Maduro Option" หรือออปชันมาดูโร (อ้างอิงถึงกรณีที่ผู้นำเวเนซุเอลาถูกควบคุมตัวโดยกองทัพสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน) เพื่อข่มขู่ให้พาวเวลล์ยอมลาออกจากตำแหน่งก่อนกำหนด หรือเป็นการเปิดทางเพื่อปลดเขาออก
นักวิเคราะห์มองว่าทรัมป์มีความพยายามอย่างเร่งด่วนที่จะดึงอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และการใช้ข้อกล่าวหาทางอาญาก็เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพาวเวลล์โดยตรง ซึ่งต่างจากกรณีการวิพากษ์วิจารณ์กรรมการเฟดคนอื่นๆ ในอดีต
ผลกระทบต่อตลาดและการลงทุน
ประเด็นเรื่องความเป็นอิสระของเฟดกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามอง โดยมีผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังนี้:
- ความเชื่อมั่นสั่นคลอน: นักลงทุนเริ่มกังวลว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไปอาจขาดความน่าเชื่อถือ และต้องยอมสยบต่อคำสั่งของทำเนียบขาว
- การกระจายพอร์ตออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ: จูเลียน ลาฟาร์ก นักกลยุทธ์จาก Barclays Private Bank ระบุว่า เหตุการณ์นี้จะกระตุ้นให้นักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากสินทรัพย์สหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมือง
- แรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์: คาดว่าจะเกิดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว (10 ปี) ในอนาคต
โอกาสในตลาดอื่นเมื่อสหรัฐฯ เผชิญมรสุม
ในขณะที่ความเสี่ยงในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น นักวิเคราะห์เริ่มมองหาโอกาสในภูมิภาคอื่น:
- จีน: กลายเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI
- ยุโรป: แม้ภาพรวมจะยังไม่สดใสนัก แต่หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและป้องกันประเทศในเยอรมนี รวมถึงกลุ่มเฮลธ์แคร์และพลังงานในสหราชอาณาจักร ยังคงมีความน่าสนใจ
สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของระบบการเงินสหรัฐฯ ซึ่งหากความเป็นอิสระของเฟดถูกทำลายลง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวต่อเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และความเชื่อมั่นในตลาดทุนโลก