สะเทือนความเชื่อมั่น! ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ สั่งสอบสวน "พาวเวลล์" นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์ใช้ "Maduro Option" บีบพ้นเก้าอี้ประธานเฟด

AI สรุปข่าว
การอ่าน 5 นาที
สะเทือนความเชื่อมั่น! ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ สั่งสอบสวน "พาวเวลล์" นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์ใช้ "Maduro Option" บีบพ้นเก้าอี้ประธานเฟด
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนทางอาญา "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟด ปมงบประมาณปรับปรุงอาคาร ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ทางการเมืองของทรัมป์เพื่อบีบให้ลาออกและแทรกแซงนโยบายดอกเบี้ย ฉุดตลาดหุ้นร่วงและนักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกอื่นนอกสินทรัพย์สหรัฐฯ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญความผันผวนอีกครั้ง หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศเปิดการสอบสวนทางอาญาต่อ "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้ดัชนีฟิวเจอร์สทั้ง S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ปรับตัวร่วงลงทันที ท่ามกลางความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับความเป็นอิสระของหน่วยงานหลักในการดำเนินนโยบายการเงิน

ปมสอบสวนงบปรับปรุงอาคาร: การเมืองหรือข้อเท็จจริง?

การสอบสวนในครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่การใช้งบประมาณจำนวน 2,500 ล้านดอลลาร์ในการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด อย่างไรก็ตาม นายพาวเวลล์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอระบุว่า การสอบสวนครั้งนี้เป็น "ผลพวง" จากการที่เฟดตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามการประเมินทางเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าที่จะปฏิบัติตามความต้องการของฝ่ายการเมือง

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์พาวเวลล์อย่างต่อเนื่องว่าปรับลดดอกเบี้ยช้าเกินไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อของผู้บริโภค

นักวิเคราะห์ชี้คือกลยุทธ์ "Maduro Option" บีบพ้นตำแหน่ง

สตีฟ อิงแลนเดอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัย G10 FX ของ Standard Chartered ให้ความเห็นกับ CNBC ว่า การดำเนินการครั้งนี้เปรียบเสมือนการใช้ "Maduro Option" หรือออปชันมาดูโร (อ้างอิงถึงกรณีที่ผู้นำเวเนซุเอลาถูกควบคุมตัวโดยกองทัพสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน) เพื่อข่มขู่ให้พาวเวลล์ยอมลาออกจากตำแหน่งก่อนกำหนด หรือเป็นการเปิดทางเพื่อปลดเขาออก

นักวิเคราะห์มองว่าทรัมป์มีความพยายามอย่างเร่งด่วนที่จะดึงอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และการใช้ข้อกล่าวหาทางอาญาก็เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพาวเวลล์โดยตรง ซึ่งต่างจากกรณีการวิพากษ์วิจารณ์กรรมการเฟดคนอื่นๆ ในอดีต

ผลกระทบต่อตลาดและการลงทุน

ประเด็นเรื่องความเป็นอิสระของเฟดกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามอง โดยมีผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังนี้:

  • ความเชื่อมั่นสั่นคลอน: นักลงทุนเริ่มกังวลว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไปอาจขาดความน่าเชื่อถือ และต้องยอมสยบต่อคำสั่งของทำเนียบขาว
  • การกระจายพอร์ตออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ: จูเลียน ลาฟาร์ก นักกลยุทธ์จาก Barclays Private Bank ระบุว่า เหตุการณ์นี้จะกระตุ้นให้นักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากสินทรัพย์สหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมือง
  • แรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์: คาดว่าจะเกิดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว (10 ปี) ในอนาคต

โอกาสในตลาดอื่นเมื่อสหรัฐฯ เผชิญมรสุม

ในขณะที่ความเสี่ยงในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น นักวิเคราะห์เริ่มมองหาโอกาสในภูมิภาคอื่น:

  • จีน: กลายเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI
  • ยุโรป: แม้ภาพรวมจะยังไม่สดใสนัก แต่หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและป้องกันประเทศในเยอรมนี รวมถึงกลุ่มเฮลธ์แคร์และพลังงานในสหราชอาณาจักร ยังคงมีความน่าสนใจ

สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของระบบการเงินสหรัฐฯ ซึ่งหากความเป็นอิสระของเฟดถูกทำลายลง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวต่อเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และความเชื่อมั่นในตลาดทุนโลก

#news
ข่าวสารล่าสุด
ดูเพิ่มเติม
บทความล่าสุด
ดูเพิ่มเติม

ตลาดจริง, ผลลัพธ์จริง สู่ความสำเร็จที่แท้จริง

จากการทดลองในตลาดจริง เราได้เผยกลยุทธ์และผลลัพธ์ที่จับต้องได้
มาร่วมค้นพบแนวทางลงทุนที่ผ่านการพิสูจน์และวิเคราะห์เชิงลึก

ดูเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์พิเศษทางจาก Wealth Lab

เราคัดสรรข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและบทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อให้คุณได้มุมมองที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ
พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนที่มั่นคงในอนาคต