สิ้นยุค 'คาเมเนอี': สหรัฐฯ-อิสราเอล สังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน นักวิเคราะห์หวั่นเศรษฐกิจดิ่งเหวหากไร้การปฏิรูป

AI สรุปข่าว
การอ่าน 5 นาที
สิ้นยุค 'คาเมเนอี': สหรัฐฯ-อิสราเอล สังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน นักวิเคราะห์หวั่นเศรษฐกิจดิ่งเหวหากไร้การปฏิรูป
การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน 'อาลี คาเมเนอี' จากปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล สร้างความเสี่ยงใหญ่หลวงต่อเสถียรภาพประเทศ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าอำนาจยังคงอยู่ในมือกลุ่ม IRGC และเศรษฐกิจอาจพังพินาศหากผู้นำใหม่ไม่ยอมเปิดเจรจากับตะวันตก

สื่อทางการอิหร่านยืนยัน "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน เสียชีวิตแล้วในวัย 86 ปี จากปฏิบัติการโจมตีทางทหารร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เหตุการณ์นี้นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่สร้างความผันผวนอย่างหนักต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของอิหร่านที่เปราะบางอยู่แล้ว

สำนักข่าว Fars News ของอิหร่านรายงานผ่าน Telegram ว่า นายคาเมเนอีเสียชีวิตที่สำนักงานภายในที่พำนักของเขาในกรุงเตหะราน โดยการจากไปของเขาถือเป็นการเปิดฉากกระบวนการสืบทอดอำนาจอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งมาตรการคว่ำบาตร และความไม่พอใจของประชาชนที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไม่ใช่จุดจบของระบอบ: อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ IRGC

แม้จะมีรายงานว่าชาวอิหร่านจำนวนมากออกมาเฉลิมฉลองการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดด้วยความหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่บรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ต่างออกมาเตือนว่า "ความยินดีไม่ใช่ชัยชนะ" และการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง (Regime Change)

สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations - CFR) ระบุชัดเจนว่า "การกำจัดคาเมเนอี ไม่เท่ากับการล้มล้างระบอบ เพราะระบอบที่แท้จริงคือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)" ซึ่งยังคงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ

CFR ประเมินฉากทัศน์ (Scenarios) ที่อาจเกิดขึ้นได้ 3 แนวทางหลัก:

  • ความต่อเนื่องของระบอบ (Regime Continuity): เป็นรูปแบบ "ระบอบคาเมเนอีที่ไม่มีคาเมเนอี" ผู้นำใหม่อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้งานท่ามกลางทรัพยากรที่จำกัด
  • การยึดอำนาจโดยทหาร (Military Takeover): กองกำลัง IRGC อาจกระชับอำนาจเบ็ดเสร็จ โดยเน้นความมั่นคงมากกว่าการปฏิรูป
  • การล่มสลายของระบอบ (Regime Collapse): ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้น

เศรษฐกิจเสี่ยงดิ่งเหวหากไร้การเจรจา

มุมมองด้านเศรษฐกิจหลังยุคคาเมเนอีดูเหมือนจะมืดมน หากผู้นำคนใหม่ยังคงยึดแนวทางแข็งกร้าว Marko Papic หัวหน้านักกลยุทธ์จาก BCA Research ให้ความเห็นที่น่ากังวลว่า เศรษฐกิจอิหร่านอาจหยุดชะงักจนกลายเป็นเหมือน "ลานจอดรถ" (Parking Lot) เว้นแต่ว่าผู้นำคนใหม่จะยอมเปิดเจรจากับสหรัฐฯ

"หากผู้นำสูงสุดคนใหม่ยังเป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่ไม่ต้องการเจรจากับสหรัฐฯ และยังเดินหน้าโจมตีภูมิภาค ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จะรุนแรงขึ้นในเชิงลงโทษ และอาจทำให้อิหร่านถอยหลังกลับไปสู่ยุคมืดได้" Papic กล่าว

สอดคล้องกับ CFR ที่มองว่า แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจ แต่โครงสร้างเศรษฐกิจที่บิดเบี้ยว (Distorted Economy) เงินเฟ้อเรื้อรัง และค่าเงินที่พังทลาย จะยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย หากไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ฝ่ายค้านยังขาดเอกภาพ

ในฟากของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอิหร่านในต่างแดน (Opposition in Exile) นักวิเคราะห์มองว่ายังขาดความเป็นเอกภาพและขาดผู้นำที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนิยมกษัตริย์ กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย หรือกลุ่มมูจาฮีดีน (MEK) ซึ่งต่างฝ่ายต่างเคลื่อนไหวแยกกัน และมักขาดความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชนในประเทศ ทำให้โอกาสที่จะเกิดการรวมตัวเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกเป็นไปได้ยาก

Keith Fitzgerald กรรมการผู้จัดการ Sea-Change Partners เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า "การสังหารคาเมเนอี เปรียบเสมือนการถอดหลอดไฟที่เสียออก แต่การจะให้แสงสว่างกลับมาได้ จำเป็นต้องมีหลอดไฟใหม่มาเปลี่ยน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นทางออกนั้นที่ชัดเจน"

#news
ข่าวสารล่าสุด
ดูเพิ่มเติม
บทความล่าสุด
ดูเพิ่มเติม

ตลาดจริง, ผลลัพธ์จริง สู่ความสำเร็จที่แท้จริง

จากการทดลองในตลาดจริง เราได้เผยกลยุทธ์และผลลัพธ์ที่จับต้องได้
มาร่วมค้นพบแนวทางลงทุนที่ผ่านการพิสูจน์และวิเคราะห์เชิงลึก

ดูเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์พิเศษทางจาก Wealth Lab

เราคัดสรรข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและบทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อให้คุณได้มุมมองที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ
พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนที่มั่นคงในอนาคต