จับตา "Epic Fury" สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน ดันน้ำมันพุ่ง-หุ้นทั่วโลกผันผวนหนัก
ตลาดการเงินโลกจับตาผลกระทบจากปฏิบัติการ "Epic Fury" ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้หุ้นตะวันออกกลางร่วงหนัก ราคาน้ำมันจ่อพุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ และเส้นทางขนส่งสำคัญรวมถึงน่านฟ้าถูกปิดตายสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก
นักลงทุนทั่วโลกเตรียมรับแรงกระแทกจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดการเงินเผชิญความไม่แน่นอนสูงสุด ราคาน้ำมันจ่อพุ่งแรง และการขนส่งโลกหยุดชะงัก
ปฏิบัติการร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลภายใต้ชื่อรหัส "Operation Epic Fury" ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนโฉมหน้าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดทุนที่ "เกลียดความไม่แน่นอน" สถานการณ์นี้กำลังบีบให้นักลงทุนต้องเร่งปรับพอร์ตรับมือความเสี่ยงครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้
จับตาราคาน้ำมันและเส้นทางขนส่งโลก
ตลาดน้ำมันจะเป็นศูนย์กลางของความผันผวนในรอบนี้ โดยนักวิเคราะห์จาก Verisk Maplecroft คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) มีโอกาสพุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่ากลุ่มโอเปก (OPEC) จะมีมติเพิ่มกำลังการผลิตไปก่อนหน้านี้ก็ตาม
ปัจจัยกดดันสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่การโจมตี แต่รวมถึงผลกระทบลูกโซ่ด้านโลจิสติกส์:
- วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกถูกปิดตาย บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Maersk, MSC และ Hapag-Lloyd ประกาศระงับการเดินเรือผ่านเส้นทางนี้จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
- การตอบโต้ทางทหาร: กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านอ้างว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียเพื่อตอบโต้ ทำให้เรือสินค้าจำนวนมากต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมทวีปแอฟริกา ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าทั่วโลก
ตลาดหุ้นตะวันออกกลางดิ่งหนัก
ผลกระทบแรกสะท้อนทันทีในตลาดหุ้นตะวันออกกลางที่เปิดทำการในวันอาทิตย์ (ซึ่งเป็นวันทำการแรกของสัปดาห์ในภูมิภาคนี้):
- ดัชนี Tadawul ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงตลาดหุ้นโอมานและบาห์เรน ปรับตัวลดลง (ติดลบ) ถ้วนหน้า
- ตลาดหุ้นสำคัญอื่นๆ เช่น ดูไบ, อาบูดาบี และอิสราเอล เตรียมเปิดทำการในวันจันทร์ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบชิ่งไปยังตลาดหุ้นเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ ในลำดับถัดไป
อัมพาตทางอากาศและการท่องเที่ยว
ภาคการท่องเที่ยวและการบินได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปิดน่านฟ้าในตะวันออกกลาง โดยมีรายงานความเสียหายเบื้องต้นดังนี้:
- มีการยกเลิกเที่ยวบินในภูมิภาคแล้วกว่า 1,500 เที่ยวบินตั้งแต่วันอาทิตย์
- ข้อมูลจาก FlightAware ระบุว่ามีเที่ยวบินล่าช้าทั่วโลกกว่า 19,000 เที่ยวบิน
- สายการบินต่างๆ กำลังเร่งหาทางเปิดเส้นทางบินใหม่และจัดเที่ยวบินอพยพ ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อผลประกอบการกลุ่มสายการบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นแทรกซ้อน: สงคราม AI
นอกเหนือจากเรื่องพลังงาน ยังมีประเด็นที่น่าสนใจในฝั่งเทคโนโลยี เมื่อรายงานจาก Axios ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้นำเทคโนโลยี AI "Claude" ของบริษัท Anthropic มาใช้สนับสนุนปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้
ประเด็นนี้สร้างความขัดแย้งเนื่องจาก Anthropic เคยถูกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ขึ้นบัญชีดำและระบุว่าเป็น "ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน" (Supply Chain Risk) เนื่องจากบริษัทพยายามต่อต้านการนำเทคโนโลยีไปใช้ทางการทหารแบบไร้ขีดจำกัด สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและทิศทางการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ที่กำลังเป็นธีมหลักของโลก
ทิศทางข้างหน้า
ความไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยหลัก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่าปฏิบัติการทางทหาร "คืบหน้าเร็วกว่ากำหนด" อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังที่สุดในสัปดาห์นี้คือ "ความเสี่ยงที่ยังมองไม่เห็น" (Known Unknowns) ซึ่งอาจทำให้ตลาดเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic) ได้ทุกเมื่อ