อวสานเสรีการเดินเรือ? จับตา "ช่องแคบฮอร์มุซ" ส่อเค้าไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม หลังอิหร่านกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนปริมาณส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจไม่กลับสู่ระดับก่อนสงคราม เหตุอิหร่านคุมอำนาจเบ็ดเสร็จจนเกิดการแบ่งขั้วทางการเมือง บีบให้ผู้ผลิตเร่งหาเส้นทางขนส่งทางเลือกใหม่เพื่อลดความเสี่ยงโลกทางพลังงานลง
ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญกับ "ความเป็นจริงใหม่" ที่น่ากังวล เมื่อผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักออกมาเตือนว่า ปริมาณการส่งออกพลังงานผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" (Strait of Hormuz) อาจไม่มีวันกลับไปอยู่ในระดับปกติเหมือนช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่าน เนื่องจากปัจจัยด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการเข้าควบคุมพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาลเตหะราน
อิหร่านกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ: อุปสรรคใหญ่ของเรือตะวันตก
แม้สงครามจะสงบลงชั่วคราว แต่สถานะของช่องแคบฮอร์มุซได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยปัจจุบันอิหร่านได้เข้าควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้โดยพฤตินัย (De facto control) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของบริษัทเดินเรือตะวันตก
- ความเสี่ยงด้านมาตรการคว่ำบาตร: เรือเดินเรือจากชาติตะวันตกลังเลที่จะสัญจรผ่านเส้นทางนี้ เนื่องจากต้องประสานงานกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ซึ่งเสี่ยงต่อการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
- การแบ่งขั้วทางการเมือง: ผู้เชี่ยวชาญมองว่าฮอร์มุซจะกลายเป็นเส้นทางที่ถูกแบ่งแยก (Bifurcated) โดยเรือที่เกี่ยวข้องกับจีนอาจสัญจรได้ตามปกติ แต่เรือจากชาติตะวันตกต้องผ่านข้อตกลงทวิภาคีที่ซับซ้อน
- สถิติที่อาจไม่หวนคืน: คาดการณ์ว่าปริมาณการเดินเรืออาจฟื้นตัวกลับมาได้เพียง 60-70% ของระดับก่อนสงครามเท่านั้น โดยช่วงก่อนสงครามน่าจะเป็นจุดสูงสุด (Peak) ที่เราจะไม่ได้เห็นอีกในอนาคตอันใกล้
บทเรียนจากวิกฤตทะเลแดง: ความไม่สงบที่ยืดเยื้อ
นักวิเคราะห์จาก Lloyd’s List และ S&P Global ชี้ให้เห็นบทเรียนจากกรณีกลุ่มฮูตีในทะเลแดงว่า แม้การสู้รบจะลดความรุนแรงลง แต่ความมั่นใจของภาคการเดินเรือไม่ได้กลับมาโดยง่าย สถานการณ์ในฮอร์มุซก็เช่นกัน เจ้าของเรือต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลกำไรกับความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะถูกยึดหรือได้รับความเสียหายหากความขัดแย้งปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ทางเลือกใหม่และการลดความสำคัญของฮอร์มุซ
ในระยะยาว ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อตลาดพลังงานโลกอาจลดน้อยลง เนื่องจากบรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางเริ่มเร่งหาทางหนีทีไล่:
- การเร่งสร้างท่อส่งน้ำมัน: ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังเร่งขยายโครงการท่อส่งน้ำมันไปยังทะเลแดงและอ่าวโอมานเพื่อเลี่ยงการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ
- โครงการ UAE: ท่อส่งน้ำมันสายที่สองของ UAE ที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซมีกำหนดเปิดใช้งานในปี 2027 ซึ่งจะช่วยระบายอุปทานน้ำมันสู่ตลาดโลกได้มั่นคงขึ้น
- ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG): แม้น้ำมันจะส่งผ่านท่อได้ แต่ LNG ยังคงต้องพึ่งพาการขนส่งทางเรือเป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดเปราะบางที่ตลาดโลกยังต้องเฝ้าระวัง
นายคริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า "นี่เป็นไพ่ที่อิหร่านเล่นได้เพียงครั้งเดียว" การปิดช่องแคบในครั้งนี้ได้กระตุ้นให้โลกเร่งหาเส้นทางขนส่งพลังงานทางเลือกอื่น ซึ่งจะทำให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซเสื่อมถอยลงในที่สุด แม้บทบาทในการผลิตน้ำมันของภูมิภาคนี้จะยังคงสำคัญต่อโลกก็ตาม