หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรง! Nikkei ทะยานกว่า 3% รับกระแสยุบสภาเลือกตั้งใหม่-หุ้นกลุ่มชิปดีดตัวตามตลาดสหรัฐฯ
ดัชนี Nikkei 225 พุ่งแรงกว่า 3% นำตลาดหุ้นเอเชียขานรับข่าวพรรครัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมยุบสภาเลือกตั้งใหม่ กุมภาพันธ์นี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปดีดตัวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ นำโดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นที่พุ่งแรงกว่า 3% หลังจากนักลงทุนขานรับข่าวดีเรื่องความเป็นไปได้ที่จะมีการเลือกตั้งก่อนกำหนดในญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดมองข้ามประเด็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์การเมืองในสหรัฐฯ
Nikkei ทะยานรับกระแสการเมืองญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นถึง 3.4% หลังกลับมาเปิดทำการจากวันหยุด ขณะที่ดัชนี Topix ปรับตัวขึ้น 2.13% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากรายงานของสถานีโทรทัศน์ NHK ที่ระบุว่าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล มีแนวโน้มจะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด (Snap Election) ภายในเดือนกุมภาพันธ์
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เป็นกำลังหลักในการผลักดันดัชนี ดังนี้:
- Advantest: พุ่งขึ้น 8.99%
- Tokyo Electron: ทะยานขึ้น 8.31%
- SoftBank: ปรับตัวขึ้น 5%
ในด้านตลาดตราสารหนี้และเงินตรา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.15% ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ 158.25 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบหนึ่งปี
ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียและหุ้นเข้าใหม่
บรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคเป็นไปอย่างคึกคัก โดยตลาดหุ้นอื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกัน:
- ฮ่องกง: ดัชนี Hang Seng บวก 1.25% โดยหุ้น GigaDevice Semiconductor บริษัทเซมิคอนดักเตอร์จากจีน พุ่งขึ้นเกือบ 50% ในการซื้อขายวันแรกที่ตลาดฮ่องกง
- เกาหลีใต้: ดัชนี Kospi ปรับตัวขึ้น 0.62%
- ออสเตรเลีย: ดัชนี S&P/ASX 200 เพิ่มขึ้น 0.68%
จับตาทรัมป์และราคาน้ำมัน
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้า 25% กับ "ทุกประเทศ" ที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน โดยระบุว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้น 1.52% มาอยู่ที่ระดับ 64.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมายังคงสร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยทั้ง S&P 500 และ Dow Jones ปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) เพื่อรอคอยการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และรายงานผลประกอบการของธนาคารยักษ์ใหญ่ในสัปดาห์นี้