Nvidia โชว์ฟอร์มแกร่ง! รายได้ไตรมาส 2 ทะลุ 9.6 หมื่นล้านดอลล์ พร้อมคาดการณ์โตกระโดด 70% ในปี 2028 ออกมาสูงกว่าเป้าหมายเดิมมากกลางกระแส AI บูมทั่วโลก
Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าคาด พร้อมคาดการณ์รายได้ปี 2028 โตแกร่ง 70% รับอานิสงส์ดีมานด์ชิป AI พุ่งและดีลยักษ์จาก Amazon แม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนหน่วยความจำพุ่งสูงก็ตาม
Nvidia ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปประมวลผลระดับโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปีงบประมาณ 2027 ออกมาดีเกินคาด ทั้งในส่วนของกำไรและรายได้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณบวกด้วยการปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในปีงบประมาณ 2028 ว่าจะเติบโตถึง 70% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทันที 4% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด
สรุปตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ (เทียบกับคาดการณ์ของ LSEG):
- กำไรต่อหุ้น (EPS): 2.22 ดอลลาร์ (สูงกว่าที่คาดไว้ 2.10 ดอลลาร์)
- รายได้รวม: 9.62 หมื่นล้านดอลลาร์ (สูงกว่าที่คาดไว้ 9.21 หมื่นล้านดอลลาร์)
- รายได้กลุ่ม Data Center: 8.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 117% เมื่อเทียบกับปีก่อน
วิสัยทัศน์ "เจนเซ่น หวง" และดีลยักษ์กับ Amazon
เจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia ระบุว่าโลกของ AI ได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ (Inflection Point) โดยความต้องการชิปไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องแล็บวิจัยเพียงแห่งเดียวเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ขยายตัวไปยังกลุ่มสตาร์ทอัพ แล็บ AI รุ่นใหม่ รวมถึงการนำ AI ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและหุ่นยนต์ทั่วโลก
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการบรรลุข้อตกลงกับ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งตกลงซื้อจีพียู (GPU) จำนวน 2 ล้านตัว พร้อมด้วยชิปประมวลผลกลาง (CPU) รุ่นใหม่ชื่อ "Vera" อีกหลายล้านตัว เพื่อนำไปใช้ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และระบบหุ่นยนต์ของ Amazon ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความกังวลเรื่องการชะลอตัวก่อนหน้านี้ก็ตาม
มองข้ามช็อตปี 2028 คาดโตแรง 70%
Colette Kress ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) เปิดเผยว่าบริษัทคาดการณ์รายได้ในปีงบประมาณ 2028 จะเติบโตถึง 70% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 44% โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งจากลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงจับตามองข้อจำกัดด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะราคาหน่วยความจำ (Memory) ที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากภาวะขาดแคลนทั่วโลก
ประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:
- การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี: Nvidia รายงานกำไรจากการลงทุนในหุ้นถึง 7.8 พันล้านดอลลาร์ หลังจากเข้าถือหุ้นในบริษัทชั้นนำอย่าง OpenAI, SpaceX และ Intel โดยเจนเซ่น หวง ยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ได้ลงทุนในบริษัทเหล่านี้ให้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้
- การตอบแทนผู้ถือหุ้น: บริษัทใช้เงินกว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในการซื้อหุ้นคืนและจ่ายเงินปันผลในไตรมาสนี้ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 25 เซนต์ต่อหุ้น
- ตลาดจีน: รายได้จากจีนยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ของรายได้กลุ่ม Data Center เนื่องด้วยมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
- ความเสี่ยงด้านหนี้สิน: ในรายงานประจำไตรมาสมีการระบุถึงปัจจัยเสี่ยงด้านภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีหนี้สินคงค้างประมาณ 3.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินสดในอนาคต
ความท้าทายเรื่องต้นทุนและคู่แข่ง
แม้ผลประกอบการจะยอดเยี่ยม แต่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยจาก 75% มาอยู่ที่ประมาณ 71-72% ในช่วงปลายปีงบประมาณ เนื่องจากราคาวัตถุดิบอย่างหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง (HBM) ที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่เริ่มรุนแรงขึ้นจากคู่แข่งอย่าง AMD และชิปที่พัฒนาขึ้นเองโดย Google
นักลงทุนยังคงจับตามองความสามารถของ Nvidia ในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกและความเสี่ยงจากการที่ลูกค้ารายใหญ่เริ่มมีกระแสเงินสดติดลบจากการลงทุนใน AI มหาศาล