Nvidia-Salesforce นำทัพหุ้นเทคพุ่งหลังปิดตลาด ขณะที่ Nike ทรุดหนักแตะระดับต่ำสุดรอบ 12 ปี
หุ้น Nvidia และ Salesforce พุ่งแรงหลังรายงานกำไรเกินคาด ขณะที่กลุ่มไซเบอร์ซีเคียวริตี้ได้รับอานิสงส์บวกสวนทางกับ Nike ที่หุ้นดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 12 ปีนับตั้งแต่ปี 2014
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงซื้อขายหลังปิดตลาด (After-hours) มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของยักษ์ใหญ่สองรายอย่าง Nvidia และ Salesforce ในขณะที่หุ้นกลุ่มอื่น ๆ มีทั้งปัจจัยบวกจากความปลอดภัยทางไซเบอร์และปัจจัยลบเฉพาะตัว
Nvidia โชว์ฟอร์มแกร่ง รายได้พุ่งกว่าเท่าตัว
ราคาหุ้น Nvidia (NVDA) ทะยานขึ้นมากกว่า 4% หลังรายงานผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมเกินคาด โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- รายได้ในไตรมาสล่าสุดเติบโตขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
- การคาดการณ์รายได้ (Guidance) ในไตรมาสถัดไปสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
- Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ระบุว่า ความต้องการชิป AI ไม่เพียงแค่แข็งแกร่ง แต่กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยย้ำว่า "ปัจจุบัน AI ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพได้จริง"
Salesforce สยบข่าวลือวิกฤต SaaS พุ่งแรง 13%
Salesforce (CRM) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้ตลาด โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 13% หลังปิดตลาด เนื่องจากผลกำไรและการคาดการณ์ในอนาคตออกมาดีกว่าที่คาดไว้
Marc Benioff ซีอีโอของ Salesforce ได้ออกมาตอบโต้กระแสข่าวลือเรื่อง "SaaS-pocalypse" หรือวิกฤตของธุรกิจซอฟต์แวร์บริการว่า "เป็นเรื่องไร้สาระ" พร้อมยืนยันว่าบริษัท AI ชั้นนำ 9 ใน 10 แห่งยังคงเลือกใช้บริการของ Salesforce ซึ่งสะท้อนถึงอำนาจในการกำหนดราคาและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ยังคงเหนียวแน่น
กลุ่มไซเบอร์ซีเคียวริตี้คึกคัก สวนทาง Boston Scientific ที่โดนเจาะระบบ
ราคาหุ้น Boston Scientific (BSX) ร่วงลง 3.4% หลังจากมีรายงานว่าถูกโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทั่วโลก ส่งผลให้ราคาหุ้นขณะนี้ร่วงลงกว่า 56% จากจุดสูงสุดเมื่อปีที่ผ่านมา
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้รับอานิสงส์เชิงบวก นำโดย:
- CrowdStrike: พุ่งขึ้นกว่า 10% หลังปิดตลาดจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
- Fortinet และ F5: ปิดบวก 2.5% และ 4.4% ตามลำดับ
- Gen Digital: พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ในรอบปีนี้
Nike วิกฤตหนัก ทุบสถิติต่ำสุดในรอบ 12 ปี
สถานการณ์ของ Nike (NKE) ยังคงน่ากังวล โดยราคาหุ้นดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 และกลายเป็นหุ้นที่มีผลการดำเนินงานย่ำแย่ที่สุดในดัชนีดาวโจนส์ (Dow 30) ในรอบปีนี้ โดยมูลค่าหุ้นหายไปกว่า 51% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี
จับตาประเด็นสำคัญในวันถัดไป
นักลงทุนควรติดตามการรายงานผลประกอบการของบริษัทสำคัญอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่:
- กลุ่มค้าปลีก: Best Buy, Burlington Stores, Gap และ Ulta Beauty
- กลุ่มธนาคารแคนาดา: CIBC, Royal Bank of Canada และ TD Bank ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากประเด็นความขัดแย้งทางการค้า
- กลุ่มเทคโนโลยี: Marvell Technology และ Workday