ตลาดผวา "วิกฤตน้ำมัน" รอบใหม่! หวั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซดันราคาแตะ 100 เหรียญ เสี่ยงรุนแรงกว่ายุค 70
ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านส่อเค้ารุนแรง หวั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบอุปทานน้ำมันโลก 31% นักวิเคราะห์คาดราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ ซ้ำรอยวิกฤตปี 1970
ตลาดน้ำมันโลกจับตาภาวะ "Supply Shock" หลังความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านพุ่งสูงสุด นักวิเคราะห์เตือนหากลามถึงขั้นปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" อาจเห็นราคาน้ำมันพุ่งแตะ 3 หลัก และรุนแรงกว่าวิกฤตพลังงานยุค 1970
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดของโลกการเงินอีกครั้ง หลังจากสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จับตา "ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดชี้ชะตาราคาน้ำมัน
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ (Chokepoint) ที่มีความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก โดยข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า:
- ในปี 2025 มีปริมาณน้ำมันดิบขนส่งผ่านเส้นทางนี้ถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 31% ของการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก
- เป็นเส้นทางเชื่อมต่อผู้ผลิตรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย ทั้งซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกสู่ตลาดโลก
ล่าสุด สำนักข่าว Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่จากภารกิจทางเรือของสหภาพยุโรป (Aspides) เปิดเผยว่าเรือพาณิชย์ได้รับสัญญาณวิทยุเตือนจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านว่า "ห้ามเรือทุกชนิดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" แม้ว่าทางรัฐบาลเตหะรานจะยังไม่ได้ประกาศยืนยันคำสั่งปิดน่านน้ำอย่างเป็นทางการก็ตาม
ผวา "Oil Shock" รอบใหม่ อาจรุนแรงกว่ายุค 70
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำต่างประเมินฉากทัศน์ (Scenarios) ที่อาจเกิดขึ้น โดยมองว่าตลาดจะตอบสนองด้วยความตื่นตระหนก (Knee-jerk reaction) ทันทีที่ตลาดเปิดทำการซื้อขาย
Saul Kavonic หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานจาก MST Marquee ให้ความเห็นที่น่ากังวลว่า หากอิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงมหาศาล:
- ความเสียหายอาจรุนแรงเป็น 3 เท่า ของวิกฤตการณ์น้ำมันอาหรับและการปฏิวัติอิหร่านในยุค 1970
- ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (Triple digits)
- ราคา LNG อาจกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ในปี 2022
ด้าน Vandana Hari ซีอีโอของ Vanda Insights มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนกำลังมุ่งหน้าสู่ความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ (Full-scale military conflict) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ประเมินทิศทางได้ยากและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ประเมินความเสี่ยงและทิศทางราคา
Andy Lipow ประธาน Lipow Oil Associates ประเมินความน่าจะเป็นของ "กรณีเลวร้ายที่สุด" (Worst-case scenario) ไว้ที่ 33% ซึ่งคือสถานการณ์ที่อิหร่านรู้สึกจนตรอกจนตัดสินใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ควบคู่ไปกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์
สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 72.48 ดอลลาร์ (บวก 19% ตั้งแต่ต้นปี) และ WTI ปิดที่ 62.02 ดอลลาร์ (บวก 16% ตั้งแต่ต้นปี) ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาการเปิดตลาดในช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาเอเชียอย่างใกล้ชิด ว่าจะเกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและแห่เข้าซื้อน้ำมันจนราคาพุ่งขึ้นรุนแรงเพียงใด