ด่วน! ราคาน้ำมันพุ่ง 7% หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน 'คาเมเนอี' เสียชีวิต หวั่นวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดการเงินโลกปั่นป่วนหนักหลังผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 7% ท่ามกลางความกังวลเรื่องสงครามขยายวงและความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
ตลาดการเงินโลกเปิดสัปดาห์ด้วยความตื่นตระหนกขั้นสุด หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามถึงจุดแตกหักจากการเสียชีวิตของ "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นทันทีกว่า 7% ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตพลังงานรอบใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ทรัมป์ประกาศ "ล้างแค้น" เดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ผ่าน Truth Social โดยประกาศกร้าวว่าจะ "ล้างแค้น" (Avenge) ให้กับการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน 3 นาย ซึ่งถือเป็นความสูญเสียกำลังพลครั้งแรกของฝั่งสหรัฐฯ ในความขัดแย้งรอบนี้ พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่เริ่มเปิดฉากเมื่อวันเสาร์จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
ด้านนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การทหารประเมินว่า สถานการณ์หลังจากนี้มีความเสี่ยงสูงที่อิหร่านจะ "ตอบโต้อย่างรุนแรงกว่าเดิม" (Lash out harder) โดยเป้าหมายอาจครอบคลุมถึงการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล การโจมตีกองเรือในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงความเสี่ยงในการก่อวินาศกรรมที่อาจขยายวงกว้างไปยังยุโรปและแผ่นดินแม่ของสหรัฐฯ
น้ำมันดิบพุ่ง 7% ผวาปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ"
ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้คือความปั่นป่วนในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะยานกว่า 7% ในการซื้อขายช่วงค่ำวันอาทิตย์ตามเวลาสหรัฐฯ โดยมีความกังวลหลักอยู่ที่ "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นทางขนส่งน้ำมันเส้นเลือดใหญ่ของโลก
ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมันเริ่มจอดชะลอตัวบริเวณปากอ่าวและไม่กล้าเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ประเมินฉากทัศน์เลวร้ายสุด (Worst-Case Scenario):
- วิกฤตพลังงานยุค 70s: หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีปริมาณน้ำมันไหลเวียนกว่า 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ข้อมูลปี 2025) อาจนำไปสู่ภาวะช็อกทางพลังงานคล้ายกับยุค 1970s
- ราคาน้ำมันทะลุ 3 หลัก: นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล อย่างรวดเร็ว และราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อาจกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมของปี 2022
- เศรษฐกิจถดถอย (Global Recession): หากการปิดกั้นยืดเยื้อ เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยจากการขาดแคลนพลังงาน และจะเกิดสงครามราคา (Bidding wars) แย่งชิงทรัพยากรอย่างดุเดือด โดยเฉพาะจากประเทศผู้นำเข้าในเอเชีย
ตลาดหุ้นและภาคขนส่งระส่ำ
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ได้กดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดัชนีล่วงหน้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ (US Futures) ปรับตัวร่วงลงต่อเนื่อง ซ้ำเติมปัจจัยลบเดิมจากความกังวลเรื่องฟองสบู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่ทำให้ดัชนี S&P 500 ปิดลบไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ภาคการบินพลเรือนได้รับผลกระทบโดยตรง สายการบินหลายแห่งต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวในตะวันออกกลาง หรือเปลี่ยนเส้นทางบินฉุกเฉินเพื่อหลบเลี่ยงน่านฟ้าอันตราย โดย Air India ได้ประกาศระงับเที่ยวบินสู่ตะวันออกกลางทั้งหมด รวมถึงเส้นทางบินข้ามทวีปไประหว่างอินเดีย ยุโรป และสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว