สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ 31 ส.ค. 2569: Dow นำดิ่งฉุดตลาดปิดลบ กังวลราคาน้ำมันพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบ นำโดย Dow Jones จากความกังวลราคาน้ำมัน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการปรับตัวลดลงในวันจันทร์ โดยดัชนี Dow Jones เป็นผู้นำการปรับตัวลงในครั้งนี้
- ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.33%
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 0.70%
- ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.12%
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่กดดันตลาดคือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านครั้งใหม่ ซึ่งทำให้นักลงทุนหันมาเพิ่มความระมัดระวังและฉุดตลาดโดยรวมให้ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งเดือนสิงหาคมดัชนีหลักยังคงปิดในแดนบวกได้
ความกังวลเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
นักลงทุนจับตาต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและผลกระทบที่อาจมีต่อเงินเฟ้อ รายงานระบุว่าราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่าแรงกดดันด้านราคาอาจคงอยู่นานกว่าที่คาด ซึ่งโดยปกติแล้วจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้น หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี S&P 500 ปิดตลาดในแดนลบ แม้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
ท่าที Fed และแนวโน้มดอกเบี้ย
แม้ว่าประเด็นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเป็นปัจจัยเบื้องหลัง แต่ตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดยังคงเป็นราคาน้ำมันและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ตามมา สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ความเห็นในเชิงสายเหยี่ยวของ Warsh จากการประชุมที่ Jackson Hole ในสัปดาห์ก่อนหน้า ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดมีมุมมองที่เข้มงวดมากขึ้นต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดให้น้ำหนักมากขึ้นกับโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังและจำกัดแรงซื้อ
ภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ
ในกลุ่มสินทรัพย์หลัก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่เชื่อมโยงกับการปรับตัวลงของตลาดหุ้น Reuters ระบุว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) เพิ่มขึ้นกว่า 1% เล็กน้อย และการเพิ่มขึ้นนี้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มอื่นๆ ส่วนใหญ่ สำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดพันธบัตรและตลาดสกุลเงินไม่ได้เป็นประเด็นหลักในรายงานสรุปตลาด โดยความสนใจยังคงอยู่ที่ประเด็นราคาน้ำมันและภูมิรัฐศาสตร์
หุ้นพลังงานบวกสวนตลาด
หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่ปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัทน้ำมันและก๊าซจำนวนมาก Reuters รายงานว่าภาคพลังงานปรับตัวขึ้นในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ทุกกลุ่มในดัชนี S&P 500 อยู่ภายใต้แรงกดดัน นอกจากนี้ Reuters ยังระบุว่าหุ้น GameStop ปรับตัวขึ้นหลังจากบริษัทประกาศว่าจะใช้เงินสดเพื่อชำระคืนหนี้บางส่วนแทนการออกหุ้นเพิ่มทุน
พฤติกรรมตลาดโดยรวม
พฤติกรรมของตลาดมีลักษณะเป็นการตั้งรับ (defensive) นักลงทุนลดการลงทุนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมนอกเหนือจากพลังงาน และตามข้อมูลของ Reuters จำนวนหุ้นที่ปรับตัวลงมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในดัชนี Nasdaq วันนี้ยังเป็นวันซื้อขายสุดท้ายของเดือนสิงหาคม และแม้ตลาดจะปรับตัวลงในวันนี้ แต่ภาพรวมตลอดทั้งเดือนยังคงปิดบวก
แนวโน้มและปัจจัยที่ต้องติดตาม
บรรยากาศโดยรวมของตลาดยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวังและตระหนักถึงความเสี่ยง โดยนักลงทุนเฝ้าติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด จากรายงานต่างๆ ชี้ว่าปัจจัยที่ตลาดจะให้ความสำคัญในระยะสั้นคือ ราคาน้ำมันจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปหรือไม่ และประเด็นดังกล่าวจะยังคงสร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อและส่งผลต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยก่อนการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในเดือนกันยายนอย่างไร