หุ้นเทคโนฯ ระส่าย! รายได้ OpenAI ต่ำคาดฉุดกลุ่ม AI ร่วงยกแผง ด้าน SpaceX รุกหนักกดดันยักษ์สื่อสารสหรัฐฯ
หุ้นเทคโนโลยีและ AI ร่วงหนักหลัง OpenAI เผยรายได้ต่ำกว่าคาด ขณะที่ SpaceX รุกคืบซื้อคลื่นความถี่กดดันกลุ่มสื่อสาร ฉุดดัชนี Nasdaq ดิ่งแรงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชียตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดยมีชนวนเหตุสำคัญมาจากรายงานรายได้ของ OpenAI ที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน จนส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม
\n\nOpenAI พ่นพิษ ฉุดหุ้น AI ร่วงระนาว
\nประเด็นหลักที่กดดันตลาดคือรายงานรายได้ของ OpenAI ที่ระบุว่ามีรายได้ต่อปี (Annualized Revenue) อยู่ที่ระดับ 5 หมินล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนกันยายน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดความกังวลว่ากระแสความบูมของ AI อาจเริ่มชะลอตัวลง
\nหุ้นในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า ดังนี้:
\n- \n
- Nvidia: ปรับตัวลดลงเกือบ 3% \n
- AMD: ร่วงเกือบ 4% \n
- CoreWeave: ดิ่งลงมากกว่า 7% \n
- Intel และ Oracle: ต่างปรับตัวลดลงราว 5% \n
นอกจากนี้ Firmus ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ AI รายใหญ่ในออสเตรเลียที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ยังประกาศระงับแผนการเสนอขายหุ้น IPO มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ โดยอ้างถึงสภาวะตลาดที่ผันผวน ซึ่งตอกย้ำความกังวลในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้มากยิ่งขึ้น
\n\nSpaceX ขยายอาณาจักร กดดันกลุ่มสื่อสารยักษ์ใหญ่
\nอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการที่ SpaceX ของ Elon Musk บรรลุข้อตกลงซื้อพอร์ตคลื่นความถี่ 800 MHz ทั่วประเทศสหรัฐฯ เพื่อเสริมศักยภาพให้กับบริการ Starlink Mobile ข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมดั้งเดิม เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น:
\n- \n
- T-Mobile: ร่วงลง 6% \n
- AT&T: ดิ่งลงเกือบ 7% \n
- Verizon: ปรับตัวลดลงกว่า 6% \n
ตลาดเอเชียและทิศทางถัดไป
\nในฝั่งตลาดเอเชีย ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเปิดตลาดร่วงลงมากกว่า 1% ตามรอยตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีอย่าง SoftBank Group ที่ดิ่งลงกว่า 6% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้า (Futures) ของสหรัฐฯ เริ่มเคลื่อนไหวทรงตัวในช่วงเช้านี้
\nนักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยสำคัญที่เหลือในสัปดาห์นี้ ได้แก่:
\n- \n
- ผลประกอบการของ Delta Air Lines \n
- ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมของสหรัฐฯ \n
- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน \n
แม้ตลาดจะมีความผันผวน แต่ผลสำรวจจาก American Association of Individual Investors (AAII) ชี้ว่านักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดในระยะ 6 เดือนข้างหน้า โดยระดับความเชื่อมั่นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 40.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม