วิกฤตตะวันออกกลางเดือด! สหรัฐฯ-อิสราเอล ถล่มสังหาร "ผู้นำสูงสุดอิหร่าน" ดันน้ำมันพุ่ง-หุ้นเอเชียเสี่ยงระส่ำ
สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่สังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน จุดชนวนสงครามตอบโต้เดือดทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและทองคำส่อแววพุ่งแรง ท่ามกลางความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่จะกระทบเศรษฐกิจเอเชีย
ตลาดการเงินทั่วโลกและภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งประวัติศาสตร์เพื่อถล่มเป้าหมายในอิหร่าน ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตทันที นำไปสู่การตอบโต้ทางการทหารที่ลุกลามไปยังหลายประเทศในอ่าวอาหรับ
เปิดฉากสงครามเดือด: สังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน
รายงานระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสื่อของทางการอิหร่านได้ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงเวลาตามข่าว) ได้ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ชาวอิหร่านจะทวงคืนประเทศ พร้อมเตือนว่าจะมีการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายสันติภาพในตะวันออกกลาง
ทางด้านอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธระลอกใหญ่ถล่มอิสราเอลและประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับที่เป็นฐานที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน กาตาร์ บาห์เรน และซาอุดีอาระเบีย โดยมีรายงานความเสียหายที่สนามบินนานาชาติดูไบและอาบูดาบีจากการโจมตีด้วยโดรน
จับตาราคาน้ำมัน-ทองคำพุ่ง รับแรงกระแทกตลาดเปิด
นักลงทุนทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือกับภาวะ "Risk-off" หรือการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยทันทีที่ตลาดเปิดทำการ โดยสัญญาณบ่งชี้เบื้องต้นจากตลาดซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงพบว่า:
- ราคาน้ำมันดิบ: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Perpetual swaps) บนแพลตฟอร์ม Hyperliquid พุ่งขึ้นเกือบ 5% แตะระดับ 71.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ราคาทองคำ: ปรับตัวขึ้นราว 1.2% สู่ระดับ 5,334 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
- บิตคอยน์ (Bitcoin): ผันผวนอย่างหนักหลังข่าวการโจมตี โดยร่วงลงก่อนจะดีดตัวกลับมาอยู่ที่ระดับประมาณ 66,325 ดอลลาร์
ความเสี่ยงปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" ดันน้ำมันแตะ 100 เหรียญ
Bob McNally อดีตที่ปรึกษาด้านพลังงานของทำเนียบขาวคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบอาจเปิดกระโดดขึ้น 5-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในทันที และหากสถานการณ์ลุกลามจนมีการปิดกั้น "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้
วิกฤตนี้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจเอเชีย โดยเฉพาะจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบดังกล่าวถึง 3 ใน 4 ของปริมาณที่ส่งผ่านเส้นทางนี้ทั้งหมด หากราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อในภูมิภาค
โกลาหลน่านฟ้าตะวันออกกลาง
สถานการณ์สู้รบส่งผลให้สายการบินทั่วโลกต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางบิน โดยข้อมูลจาก Cirium ระบุว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินเข้า-ออกตะวันออกกลางรวมกว่า 3,200 เที่ยวบินในช่วงสุดสัปดาห์ สนามบินหลักอย่างดูไบและกาตาร์ต้องระงับการให้บริการชั่วคราว สร้างความปั่นป่วนให้กับการเดินทางทางอากาศเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปอย่างหนัก