สหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากถล่มอิหร่านเดือด เตหะรานยิงขีปนาวุธสวนกลับทั่วตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่ง
สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่โจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ถล่มอิสราเอลและชาติพันธมิตรในอ่าวอาหรับ ดันราคาน้ำมันพุ่งนิวไฮรอบ 6 เดือนท่ามกลางความกังวลวิกฤตพลังงานโลก
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) หลังจากกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่โจมตีกรุงเตหะรานและพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธตอบโต้ไปยังเป้าหมายในหลายประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพโลกและทิศทางราคาน้ำมัน
สหรัฐฯ-อิสราเอล ผนึกกำลังถล่มจุดยุทธศาสตร์
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงยืนยันการเปิด "ปฏิบัติการรบเต็มรูปแบบ" (Major combat operations) โดยอ้างความจำเป็นในการปกป้องพลเมืองอเมริกันและกำจัดภัยคุกคามจากรัฐบาลอิหร่าน รายงานระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีทั้งทางอากาศและทางทะเล ขณะที่อิสราเอลได้ร่วมโจมตีเป้าหมายใจกลางกรุงเตหะราน รวมถึงเมืองสำคัญอื่นๆ อาทิ อิสฟาฮาน, กอม และคาราจ
อิหร่านยิงสวน ปูพรมถล่มทั่วตะวันออกกลาง
ภายหลังการถูกโจมตี อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้ไปยังเป้าหมายต่างๆ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดความโกลาหลในหลายประเทศ:
- อิสราเอล: กองทัพอิสราเอล (IDF) รายงานการตรวจพบขีปนาวุธและได้เปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อสกัดกั้น ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องในกรุงเยรูซาเลม
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE): เกิดเสียงระเบิดเหนือท้องฟ้าดูไบ ทางการ UAE ระบุว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้บางส่วน แต่ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง
- กาตาร์: กระทรวงกลาโหมกาตาร์ออกแถลงการณ์ประณามอิหร่านที่ยิงขีปนาวุธตกในอาณาเขตของตน
- บาห์เรน: ศูนย์บริการของกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี ทำให้สถานทูตสหรัฐฯ ในบาห์เรนและอาบูดาบีต้องออกประกาศเตือนภัยให้บุคลากรหลบเข้าที่กำบังทันที
ชนวนเหตุ: เจรจาล่มและการเตรียมการของสหรัฐฯ
ความขัดแย้งครั้งนี้ปะทุขึ้นหลังจากความล้มเหลวในการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยสหรัฐฯ พยายามกดดันให้อิหร่านยุติโครงการพัฒนาขีปนาวุธควบคู่ไปกับโครงการนิวเคลียร์ แต่อิหร่านยืนกรานปฏิเสธที่จะหารือเรื่องขีปนาวุธ โดยทรัมป์อ้างว่าอิหร่านยังคงลักลอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แม้จะเคยถูกโจมตีในปฏิบัติการ "Operation Midnight Hammer" เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วก็ตาม
นานาชาติจับตา ราคาน้ำมันพุ่งนิวไฮรอบ 6 เดือน
สถานการณ์ที่ล่อแหลมทำให้ผู้นำทั่วโลกออกมาแสดงท่าที โดยประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เรียกร้องให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) อย่างเร่งด่วน ขณะที่รัสเซียประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ในฟากตลาดทุน นักลงทุนจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยราคาน้ำมันดิบได้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันชะงักงัน เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของกลุ่มโอเปก (OPEC) และมีอิทธิพลเหนือ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก