สรุปประเด็นร้อนหุ้นสหรัฐฯ: พลังงานพุ่งรับราคาน้ำมันดิบ - จับตางบ Delta - PepsiCo ปรับเป้ารับวิกฤตค่าครองชีพ
จับตาหุ้นสหรัฐฯ เปลี่ยนกลุ่มเล่นหลังกลุ่ม AI พักฐาน โดยนักลงทุนหันมาสะสมหุ้นพลังงานตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และรอประเมินผลประกอบการ Delta ขณะที่ PepsiCo ยังน่าสนใจในเชิงเงินปันผลแม้ปรับลดเป้ากำไรปีนี้ลง
ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มมีการเปลี่ยนกลุ่มเล่นอย่างชัดเจน หลังจากกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญแรงเทขายทำกำไรในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มหันไปให้ความสนใจกับหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีผลต่อทิศทางดัชนีในวันศุกร์นี้
กลุ่มพลังงานขาขึ้นขานรับราคาน้ำมันดิบพุ่ง
ราคาน้ำมันดิบยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด โดยสัญญาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ประมาณ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานในดัชนี S&P 500 ปรับตัวบวกขึ้นยกแผงในสัปดาห์นี้
- หุ้นเด่น: Marathon Petroleum และ Valero นำกลุ่มพุ่งแรงกว่า 9%
- บิ๊กแคป: ExxonMobil และ Chevron ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% เช่นกัน
PepsiCo ปรับเป้ากำไร แต่ "ปันผล" ยังจูงใจ
PepsiCo กลายเป็นที่จับตามองหลังจากรายงานผลประกอบการล่าสุด แม้บริษัทจะมีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของกำไรลงเหลือ 2.5% - 3.5% เพื่อรับมือกับแผนการลดราคาสินค้าเพื่อดึงดูดผู้บริโภค แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Jim Cramer เห็นว่านี่เป็นโอกาสสะสมหุ้น
- ราคาหุ้น PepsiCo ปรับขึ้นเกือบ 4% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังรายได้แบบ Organic Revenue และกำไรต่อหุ้น (EPS) ออกมาดีกว่าคาด
- จุดเด่นคืออัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงถึง 4.61% ซึ่งถือเป็น "รายได้ที่แน่นอน" สำหรับนักลงทุนในช่วงตลาดผันผวน
- อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ถึง 25%
จับตาผลประกอบการ Delta Air Lines
ในวันศุกร์นี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) นักลงทุนรอติดตามงบการเงินไตรมาสล่าสุดของ Delta Air Lines ซึ่งถือเป็นหุ้นส่งสัญญาณทิศทางอุตสาหกรรมการบิน โดยหุ้น Delta เผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งปรับตัวลดลงไปแล้วเกือบ 6% และลดลงถึง 14% จากจุดสูงสุดในเดือนกรกฎาคม
แรงกดดันจากฝั่งยุโรป: บอนด์ยีลด์ฝรั่งเศสพุ่ง
นอกจากตลาดสหรัฐฯ แล้ว สถานการณ์ในยุโรปยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) อายุ 10 ปีของฝรั่งเศสที่พุ่งแตะระดับ 4.8% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกองทุน iShares MSCI France ETF (EWQ) ที่รวมหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Renault, Carrefour, L'Oréal และ Danone โดยดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงถึง 9% ภายในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา