สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ 14 เม.ย. 2569: หุ้นปิดบวกแรง ขานรับราคาน้ำมันร่วง-หวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกสดใส เข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในแดนบวกถ้วนหน้าในวันอังคารที่ 14 เมษายน 2569 โดยดัชนีหลักขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับความหวังของนักลงทุนต่อการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
สรุปผลการซื้อขาย:
- ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.2% ปิดที่ 6,967.38 จุด
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.7% ปิดที่ 48,535.99 จุด
- ดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 2.0% ปิดที่ 23,639.08 จุด
ความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หนุนความเชื่อมั่น
นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่แนวโน้มที่ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจไม่นำไปสู่ภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นเวลานาน โดยมีรายงานว่านักการทูตกำลังประสานงานผ่านช่องทางลับเพื่อจัดการเจรจารอบใหม่ สิ่งนี้ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสนับสนุนให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นในวงกว้าง โดยมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำ
รายงานสรุปตลาดระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการซื้อขายในวันนี้ แต่นักลงทุนให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันและข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมากกว่า
ราคาน้ำมันร่วงแรง ช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ
ในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวที่สำคัญเกิดขึ้นในตลาดน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) สำหรับส่งมอบเดือนมิถุนายน ร่วงลง 4.6% ปิดที่ 94.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การปรับตัวลงของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น เนื่องจากช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนให้กับหลายบริษัทและช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
หุ้นเทคโนโลยีนำตลาด-หุ้นเล็กฟื้นตัว
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำตลาดในวันนี้ ซึ่งช่วยผลักดันให้ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นถึง 2.0% ขณะที่ตลาดในวงกว้างก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นขนาดเล็กอย่าง Russell 2000 เพิ่มขึ้น 1.3% ความสนใจของตลาดยังคงอยู่ที่แนวคิดที่ว่า หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำ นักลงทุนจะสามารถกลับไปให้ความสำคัญกับผลประกอบการของบริษัทได้อีกครั้ง
พฤติกรรมการซื้อขายสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on) อีกครั้ง หลังจากความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมาซึ่งเกี่ยวข้องกับสงครามและความกังวลด้านอุปทานน้ำมัน รายงานระบุว่า ตลาดเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างความกลัวและความหวังในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง และการซื้อขายในวันอังคารนี้เอนเอียงไปทางฝั่งความหวังอย่างชัดเจน หลังจากราคาน้ำมันลดลงและมีข่าวดีเกี่ยวกับการเจรจา
บรรยากาศโดยรวม ณ เวลาปิดตลาดเป็นไปในเชิงบวกและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น โดยดัชนี S&P 500 อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อเดือนมกราคมเพียง 0.2% เท่านั้น ปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะสั้นยังคงเป็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งจะสามารถป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันกลับมาสูงขึ้นอีก และจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจต่อไป