สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ: Nvidia ร่วงฉุด S&P 500 และ Nasdaq ปิดลบ (26 ก.พ. 2569)
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน หุ้นเทคฯ ใหญ่กดดันตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ในทิศทางที่ผสมผสานกัน โดยการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้กดดันภาพรวมของตลาด แม้ว่าหุ้นในกลุ่มอื่นๆ ส่วนใหญ่จะยังคงยืนอยู่ในแดนบวกได้
สรุปความเคลื่อนไหวของดัชนีหลัก:
- ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.5% ปิดที่ 6,908.86 จุด
- ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 1.2% ปิดที่ 22,878.38 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม Dow Jones ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 17 จุด ปิดที่ 49,499.20 จุด
ปัจจัยสำคัญที่สุดของวันนี้คือ การร่วงลงอย่างหนักของหุ้น Nvidia หลังการประกาศผลประกอบการ ซึ่งมีแรงกดดันมากพอที่จะฉุดดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ให้ปิดต่ำลง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงต้องพึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัทเป็นอย่างมาก
นักลงทุนเมินผลประกอบการ Nvidia แม้แข็งแกร่ง
นักลงทุนไม่ได้มองผลประกอบการของ Nvidia ว่าเป็นเพียง "ข่าวดี" เท่านั้น รายงานระบุว่าแม้บริษัทจะรายงานตัวเลขและแนวโน้มที่แข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังสิ่งที่มากกว่านั้น และยังคงกังวลว่าการใช้จ่ายอย่างมหาศาลในเทคโนโลยี AI จะดำเนินต่อไปได้นานเพียงใด ปฏิกิริยาที่ระมัดระวังดังกล่าวได้ส่งผลกระทบในวงกว้างไปยังหุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันดัชนี Nasdaq และ S&P 500
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากผลประกอบการ ไม่ใช่ Fed
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในวันนี้ การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่เป็นผลมาจากผลประกอบการของบริษัท และมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นกลุ่ม AI ในปัจจุบัน ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย
ในตลาดสินทรัพย์อื่นๆ แรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นปัจจัยเชื่อมโยงที่สำคัญที่สุด มากกว่าการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนของราคาน้ำมัน ทองคำ หรือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สัญญาณจากตลาดในวันนี้มาจากทิศทางของหุ้นผู้นำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิป มากกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น
ภาพรวมตลาด: ขายทำกำไรหุ้นใหญ่ AI แต่ซื้อในกลุ่มอื่น
Nvidia กลายเป็นจุดสนใจหลักของตลาด โดยราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 5% แม้ว่าจะรายงานผลกำไรที่แข็งแกร่งและคาดการณ์รายได้ที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ หุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิปและเทคโนโลยีอื่นๆ ก็ปรับตัวลงตามไปด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมดัชนี Nasdaq จึงร่วงลงแรงกว่า Dow Jones ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าหุ้นจำนวนมากนอกกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่กลับปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงให้ดัชนี Dow Jones สามารถปิดในแดนบวกเล็กน้อยได้
พฤติกรรมของตลาดในวันนี้ดูเหมือนเป็นการสลับกลุ่มลงทุน (shift in focus) มากกว่าจะเป็นภาวะ "ปิดรับความเสี่ยง" (risk off) โดยรวม นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่ม AI ที่เคยเป็นผู้ชนะรายใหญ่บางส่วน และไม่เต็มใจที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้นสำหรับผลประกอบการที่ "ดีแต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ" แต่ในทางกลับกัน ยังคงมีแรงซื้อเข้ามาในส่วนอื่นๆ ของตลาด ซึ่งช่วยจำกัดการลดลงของดัชนี S&P 500 ไม่ให้รุนแรงเท่ากับ Nasdaq
มุมมองและทิศทางตลาดระยะสั้น
บรรยากาศในช่วงปิดตลาดเป็นไปอย่างระมัดระวังและมีการเลือกหุ้นลงทุนมากขึ้นกว่าช่วงต้นสัปดาห์ นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามที่จริงจังมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตและการใช้จ่ายด้าน AI ในอนาคต และแสดงปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วเมื่อหุ้นผู้นำกลุ่มไม่สามารถสร้างความประทับใจด้านราคาหุ้นได้ตามความคาดหวังที่สูงลิ่ว ในระยะสั้น ตลาดจะยังคงจับตาดูว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะสามารถส่งมอบผลประกอบการที่แข็งแกร่งพอที่จะรองรับอิทธิพลมหาศาลที่พวกเขามีต่อดัชนีหลักของตลาดต่อไปได้หรือไม่
ที่มา: finance.yahoo.com