วิกฤตสงครามเดือด! สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านสังหาร 'คาเมเนอี' ทั่วโลกผวาโดมิโนเศรษฐกิจ-น้ำมันพุ่ง
ความขัดแย้งตะวันออกกลางปะทุเดือดหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านสังหารผู้นำสูงสุด 'คาเมเนอี' จุดชนวนการตอบโต้ทางทหารทั่วภูมิภาคและกดดันราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงท่ามกลางความกังวลวิกฤตเศรษฐกิจ
สถานการณ์ตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะวิกฤตขั้นสูงสุด หลังปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลได้สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งผลให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายทั่วภูมิภาค ขณะที่ตลาดการเงินและพลังงานโลกกำลังเผชิญแรงกระแทกอย่างหนัก
รายงานข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาประกาศกร้าวว่าจะ "ล้างแค้น" ให้กับทหารสหรัฐฯ 3 นายที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการโจมตีทางทหารในอิหร่านกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วและ "รุดหน้ากว่ากำหนด" โดยเป้าหมายสำคัญคือการตอบโต้ท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลเตหะราน
จุดเปลี่ยนสงคราม: การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน
เหตุการณ์สำคัญที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์คือการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็เสียชีวิตในปฏิบัติการนี้เช่นกัน
ทางด้านอิหร่านได้แต่งตั้ง อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี เข้าสู่สภาผู้นำชั่วคราว เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ในช่วงรอยต่อทางการเมืองที่เปราะบางนี้
อิหร่านเปิดฉากถล่มพันธมิตร-สะเทือนอ่าวอาหรับ
เพื่อตอบโต้การสูญเสียผู้นำสูงสุด อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายทั้งในอิสราเอลและประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวอาหรับอย่างหนักหน่วง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง:
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE): เกิดเหตุระเบิดและเศษซากโดรนตกในดูไบและอาบูดาบี สร้างความเสียหายต่อสนามบินและโครงสร้างพื้นฐาน ท่าเรือเจเบล อาลี เกิดเพลิงไหม้ ขณะที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องประกาศหยุดเรียนและเปลี่ยนไปใช้ระบบออนไลน์
- กาตาร์: มีรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นในกรุงโดฮาต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
- การคมนาคมเป็นอัมพาต: สายการบินทั่วโลกยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยว น่านฟ้าในตะวันออกกลางถูกปิดกั้น ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้างจำนวนมหาศาล
ตลาดน้ำมันและหุ้นทั่วโลกดิ่งรับข่าวร้าย
ความกังวลว่าสงครามจะขยายวงกว้างและอาจนำไปสู่การปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทันที:
- ราคาน้ำมันดิบ: พุ่งทะยานกว่า 7-8% โดยน้ำมันดิบ Brent ทะลุระดับ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำคาดการณ์ว่าราคาอาจพุ่งแตะ 100-120 ดอลลาร์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
- ตลาดหุ้น: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Dow Jones ร่วงลงกว่า 500 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคอ่าวอาหรับปรับตัวลดลงถ้วนหน้า
- สินทรัพย์ปลอดภัย: นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองทองคำและพันธบัตร ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
นานาชาติจับตาท่าที 'วันต่อไป' ของสงคราม
ผู้นำโลกต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุดเพื่อป้องกันหายนะทางมนุษยธรรม ขณะที่นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรประกาศอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในภูมิภาคเพื่อการป้องกันตนเอง แต่ยืนยันจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีโดยตรง
ขณะนี้ ทั่วโลกต่างจับตาดูว่าอิหร่านจะยกระดับการตอบโต้รุนแรงเพียงใด และการเปลี่ยนผ่านอำนาจในเตหะรานจะนำไปสู่จุดจบของระบอบการปกครองเดิมหรือจะยิ่งทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางเลวร้ายลงไปอีก