เวิลด์แบงก์เตือนวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ เตรียมงบฉุกเฉินแสนล้านดอลล์รับมือสงครามอิหร่าน

AI สรุปข่าว
การอ่าน 5 นาที
เวิลด์แบงก์เตือนวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ เตรียมงบฉุกเฉินแสนล้านดอลล์รับมือสงครามอิหร่าน
ประธานธนาคารโลกเตือนผลกระทบจากสงครามอิหร่านจะยืดเยื้อไปอีกหลายเดือนแม้ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดใช้งานได้ พร้อมเตรียมวงเงินช่วยเหลือฉุกเฉินสูงสุดถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และแนะให้รัฐบาลคุมเงินเฟ้อเป็นอันดับแรก

นายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank) ออกมาเตือนว่า ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านควรเตรียมรับมือกับภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจที่จะยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันจะยังคงอยู่และช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดการเดินเรือได้ตามปกติก็ตาม

นายบังกาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC นอกรอบการประชุมฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่า แม้เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญแห่งนี้จะพ้นจากการคุกคามของอิหร่านและการปิดล้อมของสหรัฐฯ แล้ว แต่ระบบขนส่งและการค้าโลกยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงมีความจำเป็นที่ประเทศต่างๆ ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่กำลังจะเกิดขึ้น

เตรียมวงเงินฉุกเฉินรับมือวิกฤตยืดเยื้อ

ประธานธนาคารโลกเปิดเผยว่า ได้เตรียมแผนสำรองฉุกเฉินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งระดับการช่วยเหลือตามระยะเวลาที่คาดว่าความขัดแย้งจะลากยาวออกไป ดังนี้:

  • ระยะเร่งด่วน: อนุมัติวงเงิน 2.0 - 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพร้อมเบิกจ่ายได้ทันทีผ่านเครื่องมือจัดการวิกฤตของธนาคารโลกโดยไม่ต้องรอการอนุมัติใหม่
  • ระยะ 5-6 เดือน: หากสงครามยังคงดำเนินต่อไป วงเงินช่วยเหลืออาจเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ระยะ 15 เดือน: ธนาคารโลกสามารถระดมทุนช่วยเหลือได้สูงสุดถึง 8 หมื่นล้าน - 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หากสถานการณ์มีความจำเป็น

เพื่อให้เห็นภาพความรุนแรงของวิกฤตครั้งนี้ นายบังการะบุว่าในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธนาคารโลกได้อัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือไปราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แผนการรับมือในครั้งนี้จึงถูกออกแบบมาอย่างรัดกุมและแบ่งเป็น 3 ระยะเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

แนะคุม "เงินเฟ้อ" ก่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านเงินทุนแล้ว ประธานธนาคารโลกยังได้ให้คำแนะนำเชิงนโยบายแก่ประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการควบคุมอัตราเงินเฟ้อเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะหันไปเร่งกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

"สิ่งสำคัญคือต้องจัดการเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้เสียก่อน ก่อนที่จะไปกังวลเรื่องการฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจมากเกินไป ทุกฝ่ายต้องมั่นใจว่าวิกฤตินี้จะได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม" นายบังกากล่าวทิ้งท้าย

#news
ข่าวสารล่าสุด
ดูเพิ่มเติม
บทความล่าสุด
ดูเพิ่มเติม

ตลาดจริง, ผลลัพธ์จริง สู่ความสำเร็จที่แท้จริง

จากการทดลองในตลาดจริง เราได้เผยกลยุทธ์และผลลัพธ์ที่จับต้องได้
มาร่วมค้นพบแนวทางลงทุนที่ผ่านการพิสูจน์และวิเคราะห์เชิงลึก

ดูเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์พิเศษทางจาก Wealth Lab

เราคัดสรรข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและบทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อให้คุณได้มุมมองที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ
พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนที่มั่นคงในอนาคต